รู้จักคานาสือ ไฮไลต์ของซินเจียงเหนือ
อุทยานคานาสือ (Kanas) ตั้งอยู่ในบริเวณเทือกเขาอัลไตทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ในเขตซินเจียง เมืองปู้เอ่อจิน เป็นพื้นที่รอยต่อชายแดน 4 ประเทศ ได้แก่ จีน รัสเซีย คาซัคสถาน และมองโกเลีย โดยคำว่า “คานาสือ” เป็นภาษามองโกเลีย แปลว่า “ทะเลสาบในหุบเขา” หรือ “แหล่งน้ำที่สวยงามและลึกลับ”
พื้นที่ของอุทยานกว้างใหญ่กว่า 2,000 ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศเกิดจากการกัดเซาะของธารน้ำแข็งมานานนับล้านปี จนกลายเป็นแอ่งทะเลสาบและแม่น้ำที่ไหลคดเคี้ยว จนได้ฉายาว่าเป็น “แผ่นดินบริสุทธิ์แหล่งสุดท้ายของมนุษย์” เพราะธรรมชาติยังอุดมสมบูรณ์มาก มีทั้งภูเขา ทุ่งหญ้า ป่าสนไซบีเรีย ต้นเบิร์ช และสัตว์ป่าหายาก และด้วยความสูงเฉลี่ยกว่า 1,300 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทำให้อากาศที่นี่เย็นสบายตลอดทั้งปี
นอกจากนี้ยังเป็นที่อยู่อาศัยของชนกลุ่มน้อยอย่างชาวถูหว่า (Tuva) ที่ยังคงรักษาวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมเอาไว้อย่างเหนียวแน่นอีกด้วย
อ่านบทความที่น่าสนใจ:แจกพิกัด! 30 ที่เที่ยว ซินเจียงเหนือ–ใต้ วิวธรรมชาติสุดอลังการ ครบทุกไฮไลต์ 2026
เที่ยวคานาสือช่วงไหนดี?
คานาสือไม่ได้มีดีแค่ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเพียงอย่างเดียว เพราะธรรมชาติที่นี่เปลี่ยนเรื่อย ๆ ตลอดทั้งปี ชอบบรรยากาศแบบไหน ลองเลือกช่วงที่ใช่กันได้เลย
- ฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน – พฤษภาคม) หิมะเริ่มละลาย ต้นไม้ใบหญ้าเริ่มกลับมาเขียวสด และมีดอกไม้เริ่มบานให้เห็น เหมาะกับคนที่ชอบความสงบ เพราะคนน้อยกว่าช่วงฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง
- ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม) ป่าไม้และทุ่งหญ้าจะเขียวขจีเต็มที่ เหมาะมากสำหรับการเดินเล่นชมธรรมชาติและทำกิจกรรมกลางแจ้ง ช่วงนี้ถือเป็นช่วงท่องเที่ยวยอดนิยมอีกช่วงหนึ่ง คนจะคึกคักเป็นพิเศษ
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – ตุลาคม) ช่วงไฮไลต์ยอดฮิต ป่าจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง ตัดกับน้ำในทะเลสาบสีเขียวอมฟ้า และมียอดเขาหิมะเป็นฉากหลัง แต่อากาศที่นี่เปลี่ยนไวมาก ในบางปีหิมะอาจตกไว ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนจนศาลาชมปลาต้องเลื่อนเวลาเปิดก็มี
- ฤดูหนาว (พฤศจิกายน – มีนาคม) ทั่วทั้งป่าและหมู่บ้านถูกปกคลุมด้วยหิมะ ใครอยากเห็นซินเจียงเหนือในเงียบสงบแถมหนาวสะใจต้องลองมาช่วงนี้เลย ปัจจุบันทางการซินเจียงเองก็ได้โปรโมตให้เป็นเส้นทางเที่ยวฤดูหนาวแล้ว เพราะฉะนั้นมาเที่ยวหน้าหนาวได้เลยไม่ต้องกลัวปิด!
เตรียมตัวเที่ยวคานาสือช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ต้องรู้อะไรบ้าง?
การไปเที่ยวคานาสือช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ต้องเจอทั้งอากาศที่สวิงไปมาและการเดินทางที่ค่อนข้างเฉพาะตัว ดังนี้
การเดินทาง
ตั้งต้นจากเมืองอุรุมชี (Urumqi) นั่งเครื่องบิน รถไฟ หรือรถบัสมาลงที่เมืองปู้เอ่อจิน (Burqin) แล้วต่อรถเข้าอุทยาน แต่ห้ามขับรถส่วนตัวเข้าไปด้านใน ต้องจอดไว้ด้านนอกแล้วใช้บริการรถ Shuttle Bus ของอุทยานเพื่อนั่งไปตามจุดชมวิวต่าง ๆ เท่านั้น
ที่พัก
- นอนด้านใน (หมู่บ้านคานาสือ)มีที่พักและโฮมสเตย์ให้เลือก ตื่นมาเจอหมอกและวิวสวย ๆ ได้เลย ไม่ต้องเหนื่อยเดินทาง มีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน
- นอนด้านนอก (เมืองปู้เอ่อจิน)มีโรงแรมมาตรฐานให้เลือกมากกว่า แต่ต้องเผื่อเวลาเดินทางเข้าอุทยานอีกประมาณ 1-2 ชั่วโมง
หากต้องการเก็บไฮไลต์ภายในหนึ่งวัน เลือกพักภายในหมู่บ้านคานาสือตั้งแต่คืนก่อนเลยจะจัดเวลาได้ง่ายกว่า
การแต่งตัว
อากาศซินเจียงเหนือช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเปลี่ยนไวมาก กลางวันอุ่นสบาย แต่เช้าและค่ำอุณหภูมิจะลดฮวบ แนะนำให้ แต่งตัวแบบซ้อนกันหลายชั้น (Layering)
โดยไอเทมที่ห้ามลืมเลยก็คือ เสื้อกันลม เสื้อขนเป็ดน้ำหนักเบา หมวก แว่นกันแดด ครีมกันแดด และรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่าที่ใส่สบายและพื้นเกาะแน่น ๆ เพราะต้องเดินเยอะแน่นอน โดยเฉพาะคนที่อยากขึ้นไปถ่ายวิวมุมสูงที่ศาลาชมปลาซึ่งต้องเดินขึ้นบันไดกว่า 1,068 ขั้น
ของใช้จำเป็น
ยาประจำตัว พลาสเตอร์ ยาสามัญทั่วไป และที่สำคัญสุด ๆ คือ Power Bank เพราะอากาศเย็นจะทำแบตมือถือและกล้องลดเร็วกว่าปกติ
อ่านบทความที่น่าสนใจ: สิ่งของต้องห้ามนำเข้าจีน! อัปเดตล่าสุด เช็กก่อนจัดกระเป๋าเดินทาง
เอกสารสำคัญ
เนื่องจากอุทยานอยู่ติดรอยต่อพรมแดนหลายประเทศ นักท่องเที่ยวต่างชาติอาจต้องใช้ใบอนุญาตเดินทางพิเศษ แนะนำให้เช็กกับบริษัททัวร์ให้ชัวร์ก่อนเดินทาง
สภาพอากาศ
อากาศบนเทือกเขาอัลไตเอาแน่เอานอนไม่ได้ บางวันอาจมีฝน หิมะตก หรือมีน้ำแข็งเกาะถนน จนทำให้จุดชมวิวบางจุดต้องปิดบริการกะทันหันเพื่อความปลอดภัย ควรเช็กสภาพอากาศและประกาศจากอุทยานเป็นระยะ ๆ
พิกัดไฮไลต์ เที่ยวคานาสือ ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี

1. ทะเลสาบคานาสือ (Kanas Lake)
สถานที่ท่องเที่ยวระดับ 5A ทะเลสาบน้ำจืดที่ลึกที่สุดในจีน ลึกถึง 188.5 เมตร น้ำในทะเลสาบเกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งบนยอดเขาหิมะ จึงมีความใส บริสุทธิ์ และเย็นจัด โอบล้อมไปด้วยป่าสนและเทือกเขาอัลไต
ความมหัศจรรย์ที่ทำให้ที่นี่ได้ฉายาว่า ทะเลสาบเปลี่ยนสี เกิดจากกลไกทางธรรมชาติล้วน ๆ เพราะน้ำได้พัดพาเอาผงหินและแร่ธาตุไหลลงมาสะสมในทะเลสาบ พอแสงแดดส่องลงมากระทบ น้ำก็จะสะท้อนแสงออกมาเป็นสี โดยสีของน้ำจะเปลี่ยนไปตามปริมาณแร่ธาตุในแต่ละฤดูกาล เช่น ฤดูใบไม้ผลิจะเป็นสีฟ้าอ่อน หน้าร้อนที่น้ำแข็งละลายลงมาเยอะน้ำจะเป็นสีเขียวมรกตเข้ม และพอเข้าช่วงฤดูใบไม้ร่วง น้ำจะใสขึ้นและเปลี่ยนเป็นโทนสีเขียวหยกหรือฟ้าเทอร์ควอยซ์เข้ม ซึ่งพอมาสะท้อนกับป่าสนสีเหลืองทองที่อยู่รอบ ๆ บอกเลยว่าเป็นภาพที่สวยอลังการสุดๆ
นอกจากวิวจะสวยจนติดอันดับ 1 ใน 10 ทะเลสาบที่สวยที่สุดแล้ว ที่นี่ยังมีตำนานลึกลับเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดยักษ์ใต้น้ำที่คอยสร้างความตื่นเต้นให้นักท่องเที่ยวอีกด้วย สำหรับกิจกรรมยอดฮิตคือการมาเดินเล่นถ่ายรูปเลียบทะเลสาบ หรือถ้าใครอยากชมวิวแบบใกล้ชิด ก็สามารถซื้อตั๋วล่องเรือออกไปกลางทะเลสาบได้เลย แต่แพนด้าแนะนำให้เช็กบริการล่องเรือตามฤดูกาลในวันที่เดินทางอีกทีเพื่อความชัวร์

2. คุ้งน้ำเทพยาดา (Fairy Bay / Shenxian Bay)
หนึ่งในจุดที่เหมาะกับการมาเช้าที่สุด เพราะกระแสน้ำบริเวณนี้ค่อนข้างช้า แถมยังกว้างและมีพื้นที่ชุ่มน้ำสลับกับเกาะเล็ก ๆ กระจายตัวอยู่ ในช่วงเช้าตรู่หรือหลังฝนตกจะมีหมอกลอยเหนือผิวน้ำจนเห็นแค่ยอดต้นสนโผล่พ้นหมอกขึ้นมา พร้อมป่าเบิร์ชสีเหลืองทองอยู่ด้านหลัง ยิ่งพอพระอาทิตย์ขึ้นแล้วมีแสงแรกสาดทะลุสายหมอกลงมา เป็นช่วงที่สวยมาก ใครยอมตื่นเช้าบอกเลยว่าคุ้ม!

3. ทะเลสาบโค้งวงพระจันทร์ (Moon Bay)
วิวภาพจำที่คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดีของคานาสือ ความพิเศษคือแม่น้ำจะไหลคดเคี้ยวผ่านหุบเขาไปทางทิศเหนือเป็นรูปตัว S โค้งสวยคล้ายกับพระจันทร์เสี้ยว และถ้าสังเกตดี ๆ ตรงกลางลำน้ำจะมีสันทราย 2 จุดที่รูปร่างหน้าตาเหมือนรอยเท้าขนาดใหญ่ ซึ่งมีตำนานเล่าขานกันว่าเป็นรอยเท้าของเทพเจ้าที่เหยียบข้ามหุบเขาแห่งนี้ ลองนึกภาพสีของน้ำที่เปลี่ยนเฉดไปตามแสงแดด ตัดกับป่าสนสีทองที่ขนาบข้างทั้งสองฝั่ง เป็นจุดที่สวยลงตัวจนแทบไม่อยากละสายตาเลยทีเดียว

4. คุ้งมังกรนอน (Wolong Bay)
เกาะสันทรายขนาดใหญ่กลางน้ำที่พอมองจากมุมสูงจะโค้งเว้าดูคล้ายกับสันหลังของมังกรยักษ์กำลังนอนขดอยู่กลางน้ำสีมรกต เกิดจากการทับถมของตะกอน ธารน้ำแข็ง และการเปลี่ยนทิศทางของน้ำมาอย่างยาวนาน ยิ่งตอนที่ป่าสนรอบ ๆ เปลี่ยนเป็นสีทองสลับส้ม ยิ่งทำให้ภาพของมังกรหลับตัวนี้ดูมีชีวิตชีวาและทรงพลังสุด ๆ
แถมแถวนี้ยังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติเลียบแม่น้ำระหว่างบริเวณคุ้งมังกรนอนกับทะเลสาบโค้งวงพระจันทร์ ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นทางที่ร่มรื่น เดินง่าย เชื่อมทะลุไปถึงทะเลสาบโค้งวงพระจันทร์ แพนด้าแนะนำเลยว่าถ้าใครพอมีเวลาและอยากเดินเล่นสูดอากาศแทนการนั่งรถบัสดูได้

5. ศาลาชมปลา (Guanyu Pavilion)
ช่วงบ่ายแก่ ๆ หากสภาพอากาศและร่างกายพร้อม ก็ไปต่อที่กันที่จุดชมวิวมุมสูงบนยอดเขาที่ระดับประมาณ 2,030 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล สูงกว่าระดับทะเลสาบราว 655 เมตร
จากตรงนี้จะมองเห็นแนวของทะเลสาบคานาสือทอดยาวผ่านหุบเขา ป่า และเทือกเขาอัลไตได้กว้างมาก โดยเฉพาะช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่สามารถเห็นผืนป่าหลายเฉดสีจากมุมสูง
นอกจากนี้ จุดนี้ยังเป็นมุมที่ดีที่สุดในการเฝ้าสังเกตการณ์เงาปริศนาใต้น้ำ ซึ่งมีเรื่องเล่าว่าเป็นปลาแดงขนาดยักษ์ยาว 8-12 เมตร หรือที่หลายคนเชื่อว่าเป็นสัตว์ประหลาดแห่งคานาสือนั่นเอง

6. หมู่บ้านเหอมู่
อีกหนึ่งพิกัดระดับ 5A ที่ซ่อนตัวอยู่ในเขตอนุรักษ์ธรรมชาติคานาสือ หมู่บ้านแห่งนี้ถูกโอบล้อมด้วยเทือกเขาอัลไตและทุ่งหญ้ากว้าง ทำให้วิวทิวทัศน์สวยงามเปลี่ยนเฉดสีไปตามฤดูกาลตลอดทั้งปี
ไฮไลต์ของที่นี่คือความคลาสสิกของบ้านไม้สนสไตล์ดั้งเดิมของชนกลุ่มน้อยชาวถูหว่า ซึ่งปัจจุบันเหลือชุมชนแบบนี้อยู่เพียงไม่กี่แห่ง ตัวบ้านมีเอกลักษณ์ตรงหลังคาทรงสูงชันที่ออกแบบมาเพื่อกันหิมะทับถมในช่วงหน้าหนาว ชาวบ้านที่นี่ยังคงรักษาวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาเอาไว้เป็นอย่างดี ทั้งการเลี้ยงสัตว์ ภาษา วัฒนธรรม และประเพณีโบราณ ใครชอบบรรยากาศหมู่บ้านชนบทที่เงียบสงบ แวะมาเดินเล่นซึมซับวิถีชีวิตโลคอลกันได้เลย

7. สะพานเหอมู่ (Hemu Bridge)
สะพานไม้แลนด์มาร์กของหมู่บ้านเหอมู่ ทอดข้ามแม่น้ำเหอมู่ เชื่อมจากโซนหมู่บ้านไปยังป่าเบิร์ชและเส้นทางขึ้นจุดชมวิวเหอมู่ ซึ่งเป็นจุดยอดนิยมสำหรับมองหมู่บ้านจากมุมสูงที่ต้องไต่บันไดไม้ขึ้นไปถึงด้านบน จะสามารถมองเห็นวิวหมู่บ้านเหอมู่ได้แบบพาโนรามาจากอีกมุมเต็ม ๆ ตา
ช่วงฤดูใบไม้ร่วง ป่ารอบหมู่บ้านจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง ยิ่งถ้ามาในตอนเช้าจะได้เห็นควันไฟยามเช้าที่ลอยกรุ่นออกมาจากปล่องไฟของบ้านแต่ละหลัง ผสมกับสายหมอกบาง ๆ เป็นภาพที่สวยมีเสน่ห์เหมือนหลุดเข้าไปในนิทานเลย บรรยากาศจะสวยมากและเป็นหนึ่งในมุมถ่ายรูปที่คนมาเหอมู่นิยมที่สุด

8. หมู่บ้านไป๋ฮาปา (Baihaba Village)
หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ติดชายแดนคาซัคสถานกลางหุบเขาและป่าสนไทกา บ้านไม้ซุงสไตล์รัสเซียผสมมองโกเลียที่สร้างเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ ดูเรียบง่ายแต่น่ารักและเข้ากับธรรมชาติมาก ที่นี่เป็นอีกหนึ่งถิ่นอาศัยของชาวถูหว่าที่ยังคงวิถีชีวิตดั้งเดิมเอาไว้
มุมถ่ายรูปยอดฮิตที่ห้ามพลาดคือ ป้ายหินหมู่บ้านแรกแห่งตะวันตกเฉียงเหนือ หอชมวิว Bartbayi ที่มองเห็นหมู่บ้านจากมุมสูง และมุมต้นไม้เดียวดายตอนพระอาทิตย์ตกดิน รวมถึงการเข้าไปนั่งหลบหนาว จิบชานมร้อน ๆ ในบ้านไม้ได้ฟีลโลคอลอบอุ่นสุด ๆ

9. ทะเลสาบย่าเจ๋อ (Yaze Lake)
หนีความวุ่นวายจากจุดไฮไลต์หลัก ๆ มาที่ทะเลสาบย่าเจ๋อ หรือที่หลายคนเรียกกันว่าทะเลสาบเป็ดป่า พื้นที่ตรงนี้เป็นที่ราบลุ่มน้ำขังขนาดใหญ่ที่เกิดจากการเปลี่ยนทิศทางของแม่น้ำ จนกลายเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และเป็นบ้านของฝูงนกน้ำหลากหลายชนิด
ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ทุ่งหญ้ารอบ ๆ จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองกว้างสุดลูกหูลูกตาตัดกับผืนน้ำใสที่สะท้อนภาพภูเขาหิมะอยู่ไกล ๆ ส่วนกิจกรรมยอดฮิตของที่นี่ก็คือการมาปั่นจักรยานรับลม ล่องเรือ หรือมานั่งดูนกเพลิน ๆ ดื่มด่ำกับธรรมชาติแบบไม่ต้องเร่งรีบก็ได้เช่นกัน

10. หาดห้าสี (Rainbow Beach)
อีกหนึ่งจุดชมธรรมชาติที่ต่างจากคานาสือ คือพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำที่ฝั่งหนึ่งเป็นชั้นหินและหน้าผาที่ถูกลม น้ำ และการกัดเซาะตามธรรมชาติเป็นเวลานาน จนเกิดเป็นรูปทรงแปลกตาและมีสีเหลือง ส้ม แดง และน้ำตาลสลับกัน ส่วนอีกฝั่งกลับเป็นแนวต้นไม้และพื้นที่สีเขียว ให้ความรู้สึกที่ตัดกันอย่างสุดขั้ว
เหมาะที่จะมาช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก เพราะแสงอาทิตย์มุมต่ำจะช่วยขับสีของชั้นหินให้เด่นขึ้น และทำให้เงาของโขดหินดูมีมิติมากกว่าช่วงกลางวัน หากจัดเส้นทางจากปู้เอ่อจินไปคานาสือหรือกลับจากคานาสือ หาดห้าสีก็เป็นจุดแวะที่เหมาะสำหรับปิดท้ายวันด้วยวิวอีกแบบที่ไม่ซ้ำกับทะเลสาบและป่าสีทองของคานาสือ
เก็บวิวคานาสือสีทองของซินเจียงเหนือไปกับ Panda Holiday
การเที่ยวคานาสือแบบเต็มวันก็สามารถเก็บภาพจำสำคัญของพื้นที่ได้ครบ ตั้งแต่หมอกยามเช้าที่คุ้งน้ำเทพยาดา ทะเลสาบโค้งวงพระจันทร์ รูปทรงมังกรกลางคุ้งมังกรนอน ไปจนถึงทะเลสาบคานาสือและวิวมุมสูงจากศาลาชมปลา โดยเฉพาะช่วง Golden Autumn ที่ป่าอัลไตเปลี่ยนเป็นสีทอง ทำให้แต่ละจุดมีบรรยากาศโดดเด่นมากกว่าช่วงอื่นของปี
หากอยาก เที่ยวคานาสือ–เหอมู่และซินเจียงเหนือ แบบไม่ต้องจัดการระยะทาง การต่อรถ และระบบ Shuttle Bus ด้วยตัวเอง สามารถเลือกโปรแกรมทัวร์ซินเจียงของ Panda Holiday ที่จัดเส้นทางระหว่างเมืองและแหล่งธรรมชาติสำคัญไว้ให้แล้ว เหมาะกับคนที่อยากใช้เวลาไปกับการชมวิวและถ่ายรูปมากกว่าจัดการเรื่องการเดินทางเอง
สอบถามโปรแกรมท่องเที่ยวจีน รับจัดกรุ๊ปส่วนตัว และกรุ๊ปวีไอพี
- Hotline:086-317-1624 / 097-238-7785
- Office:02-157-0999
- Facebook:Panda Holiday – แพนด้า ฮอลิเดย์
- TikTok: Pandaholiday
- Line: @pandaholiday
- Email:salespandaholiday@gmail.com
- ชมโปรแกรมทัวร์จีนเพิ่มเติมได้ที่ Panda.co.th
- อ่านรีวิวจากลูกค้าจริงได้ที่ แพนด้า ฮอลิเดย์ (Panda Holiday)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวคานาสือ
Q: เที่ยวคานาสือ 1 วันพอไหม?
A: พอสำหรับจุดหลักอย่างคุ้งน้ำเทพยาดา ทะเลสาบโค้งวงพระจันทร์ คุ้งมังกรนอน ทะเลสาบคานาสือ และศาลาชมปลา หากมีหนึ่งวันเต็มและพักอยู่ใกล้พื้นที่ตั้งแต่คืนก่อน
Q: คานาสือ ใบไม้เปลี่ยนสีช่วงไหน?
A: โดยทั่วไปเดือนกันยายนถึงต้นตุลาคมเป็นช่วงยอดนิยม โดยเดือนกันยายนมักถูกเรียกว่า Golden Autumn แต่สีของใบไม้ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและสภาพอากาศในแต่ละปี
Q: ทะเลสาบคานาสือเปลี่ยนสีได้จริงไหม?
A: สีที่มองเห็นสามารถแตกต่างกันได้ตามฤดูกาล แสง ปริมาณน้ำฝนและน้ำจากหิมะละลาย โดยช่วงกันยายน–ตุลาคมมักเห็นน้ำในโทนเขียวหยก
Q: ปลายเดือนกันยายนคานาสือหนาวไหม?
A: โดยทั่วไปแล้วช่วงปลายเดือนกันยายนจะค่อนข้างหนาว อุณหภูมิในช่วงกลางวันอยู่ที่ประมาณ 10–15°C ส่วนกลางคืนและช่วงเช้าอาจลดลงถึง 0–5°C และบางช่วงอาจหนาวกว่านี้ เนื่องจากอากาศบนภูเขาเปลี่ยนแปลงเร็ว จึงควรเตรียมเสื้อกันลมและเสื้อกันหนาว รวมถึงตรวจพยากรณ์อากาศก่อนเดินทาง
