ทำความรู้จักรถไฟความเร็วสูงจีนและประเภทขบวนที่ควรรู้

ประเภทของรถไฟฟ้าความเร็วสูง ประเทศไทย

ก่อนจะเลือกว่าจะออกกี่โมงหรือนั่งชั้นไหนดี เรามาทำความรู้จักระบบรถไฟของจีนกันก่อน ปัจจุบันจีนมีเส้นทางรถไฟความเร็วสูงเปิดใช้งานรวมมากกว่า 50,000 กิโลเมตร เชื่อมต่อทั้งมหานครใหญ่ เมืองท่องเที่ยวยอดนิยม และเมืองรองในหลายภูมิภาค

ด้วยเครือข่ายที่ครอบคลุมขนาดนี้ เราสามารถจัดทริปต่อเมืองได้หลายแบบ ตั้งแต่ปักกิ่ง–ซีอาน เซี่ยงไฮ้–หางโจว เฉิงตู–ฉงชิ่ง ไปจนถึงคุนหมิง–ต้าหลี่ โดยไม่จำเป็นต้องกลับไปขึ้นเครื่องบินทุกครั้งที่ย้ายเมือง

พอเปิดหน้าค้นหาตั๋ว สิ่งแรกที่เห็นมักเป็นตัวอักษรหน้าหมายเลขขบวน ซึ่งกลุ่มที่นักท่องเที่ยวเจอบ่อยมี 3 แบบ

1. G-Train ตัวเลือกของคนที่อยากถึงเร็ว

ขบวนที่ขึ้นต้นด้วย G เป็นรถไฟความเร็วสูงที่ใช้บนเส้นทางหลักหลายสาย โดยทั่วไปจะวิ่งเร็วและใช้เวลาเดินทางน้อยกว่าตัวเลือกอื่นในเส้นทางเดียวกัน บางขบวนจอดเฉพาะสถานีสำคัญ จึงเหมาะกับวันที่อยากย้ายเมืองให้เสร็จเร็ว แล้วเก็บเวลาไว้เที่ยวต่อ

เวลาเราวางแผนทริปที่มีหลายเมืองหรือมีตารางค่อนข้างแน่น มักเริ่มเปิดดู G-Train ก่อน แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องเลือกขบวน G ทุกครั้ง เพราะบางเที่ยวอาจออกเช้าเกินไป ราคาแพงกว่า หรือไปจอดสถานีที่อยู่ไกลจากโรงแรม

2. D-Train ใช้เวลามากขึ้นเล็กน้อย แต่มีตัวเลือกน่าสนใจ

ขบวน D ก็อยู่ในกลุ่มรถไฟ EMU ที่ให้บริการด้วยความเร็วสูงเช่นกัน แต่โดยทั่วไปจะวิ่งช้ากว่า G-Train หรือจอดระหว่างทางมากกว่า ข้อดีคือบางเส้นทางมีเวลาออกเดินทางให้เลือกหลากหลาย และอาจมีตัวเลือกที่เข้ากับแผนเที่ยวมากกว่า

เคยมีหลายครั้งที่ขบวน G ถึงเร็วกว่าไม่มาก แต่ต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืด ขณะที่ขบวน D ออกสายขึ้น นั่งนานกว่าเล็กน้อย แต่ทุกคนได้กินข้าวเช้าและเดินทางแบบไม่ต้องรีบ สุดท้ายบรรยากาศของทั้งทริป กลับสบายกว่ากันมาก

3. C-Train เหมาะกับเมืองที่อยู่ไม่ไกลกัน

ขบวน C มักใช้กับเส้นทาง Intercity หรือการเดินทางระหว่างเมืองที่อยู่ใกล้กัน เที่ยวรถในบางเส้นทางมีให้เลือกหลายรอบ เหมาะกับวันที่อยากออกไปเที่ยวเมืองข้างเคียงแล้วกลับมานอนโรงแรมเดิม

ตัวอย่างเช่น พักอยู่ในเมืองหลักแล้ววางแผนไปเช้าเย็นกลับ วิธีนี้ช่วยให้ไม่ต้องลากกระเป๋าเปลี่ยนโรงแรมบ่อย และยังจัดทริปได้ยืดหยุ่นขึ้น

นอกจาก G, D และ C แล้ว ในระบบรถไฟจีนยังมีขบวน Z, T และ K ซึ่งเป็นรถไฟด่วนหรือรถไฟธรรมดาประเภทต่าง ๆ ราคามักประหยัดกว่า แต่ใช้เวลาเดินทางนานขึ้น

ทริคการเลือกของแพนด้า ฮอลิเดย์จะไม่ได้ดูแค่ว่าตัวอักษรไหนวิ่งเร็วที่สุด แต่จะเปิดดูพร้อมกันทั้งเวลาออก เวลาถึง ระยะเวลาเดินทาง จำนวนสถานีที่จอด และตำแหน่งสถานีปลายทาง เพราะรถไฟขบวนที่เร็วที่สุดบนหน้าจอ อาจไม่ได้ทำให้ทริปของเราสะดวกที่สุดเสมอไป

วิธีเลือกเส้นทางรถไฟความเร็วสูงให้เหมาะกับแผนเที่ยวจีน

เรื่องหนึ่งที่เราอยากแนะนำเป็นพิเศษคือ อย่าดูแค่ชื่อเมืองแล้วรีบจอง เพราะเมืองใหญ่ในจีนมักมีสถานีรถไฟมากกว่าหนึ่งแห่ง บางเมืองมีทั้งสถานีเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก และสถานีหลักที่ไม่ได้มีคำบอกทิศต่อท้าย

สถานีเหล่านี้อาจอยู่ห่างกันหลายกิโลเมตร หากจองผิด แม้จะยังอยู่ในเมืองเดียวกัน แต่ก็อาจต้องเสียเวลานั่งรถข้ามเมืองจนเกือบไม่ทันขบวน ก่อนกดยืนยันตั๋ว ลองเช็กตามนี้

  • เปิดแผนที่ดูสถานีก่อนทุกครั้งดูว่าสถานีต้นทางอยู่ห่างจากโรงแรมแค่ไหน ใช้รถไฟใต้ดินไปได้หรือไม่ และต้องเผื่อเวลาเดินทางเท่าไร อย่าตัดสินจากชื่อเมืองเพียงอย่างเดียว
  • เปรียบเทียบทั้งเวลาออกและเวลาถึงขบวนที่ออกก่อนอาจถึงช้ากว่า เพราะจอดหลายสถานี บางครั้งรอขึ้นรถช้ากว่าอีก 20 นาที แต่ไปถึงปลายทางเร็วขึ้นเกือบหนึ่งชั่วโมงก็มี
  • เลือกเวลาให้เข้ากับจังหวะของทริปรถเที่ยวเช้าเหมาะกับคนที่อยากไปถึงแล้วเที่ยวต่อ แต่ต้องคิดด้วยว่าทุกคนต้องตื่นกี่โมง ส่วนเที่ยวเย็นช่วยให้เที่ยวเมืองเดิมได้เต็มวัน แต่ควรตรวจสอบว่าถึงปลายทางแล้วเดินทางไปโรงแรมสะดวกหรือไม่
  • อย่าจัดเวลาต่อรถกระชั้นเกินไปสถานีรถไฟในจีนบางแห่งมีขนาดใหญ่มาก การเดินจากชานชาลาไปยังประตูของขบวนถัดไปอาจใช้เวลาพอสมควร ยิ่งมีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือกระเป๋าหลายใบ ควรเผื่อเวลาไว้มากกว่าปกติ
  • ดูความสะดวกของคนทั้งกลุ่มขบวนที่ราคาถูกที่สุดอาจต้องตื่นตีสี่ ส่วนขบวนที่เร็วที่สุดอาจไปถึงตอนรถไฟใต้ดินปิดแล้ว บางครั้งจ่ายเพิ่มหรือใช้เวลานานขึ้นเล็กน้อย แต่ทุกคนเดินทางสบายกว่า ก็ถือว่าคุ้มกว่าในภาพรวม

ก่อนจอง แนะนำให้เช็ก 4 อย่างพร้อมกัน คือ สถานีต้นทาง เวลารถออก ระยะเวลาเดินทาง และเวลาถึงปลายทาง หากทั้งสี่อย่างเข้ากับแผนเที่ยว ก็ไม่จำเป็นต้องไล่หาขบวนที่เร็วที่สุดหรือถูกที่สุดอีกต่อไป

วิธีจองตั๋วรถไฟความเร็วสูงจีนสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

หนึ่งในคำถามที่แพนด้า ฮอลิเดย์เจอบ่อยคือ คนไทยจองตั๋วรถไฟจีนเองได้หรือไม่ คำตอบคือจองได้ โดยใช้ข้อมูลจาก Passport และปัจจุบันมีทั้งช่องทางทางการและแพลตฟอร์มท่องเที่ยวให้เลือก

สิ่งสำคัญคือชื่อ หมายเลข Passport และข้อมูลผู้โดยสารต้องกรอกให้ตรงกับเอกสาร เพราะระบบรถไฟจีนใช้ตั๋วแบบระบุตัวตน และเราต้องใช้ Passport ฉบับเดียวกับที่ใช้จองสำหรับเข้าสถานีและขึ้นรถ

วิธีจองตั๋วรถไฟความเร็วสูงจีนสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

1. จองผ่าน China Railway 12306

12306 เป็นเว็บไซต์และแอปทางการของ China Railway นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถสมัครด้วย Passport และใช้ค้นหาเที่ยวรถ ซื้อ เปลี่ยน หรือคืนตั๋วตามเงื่อนไขของระบบได้

ข้อดีคือเป็นการจองกับระบบทางการโดยตรง แต่สำหรับคนที่ใช้ครั้งแรก หน้าจอและขั้นตอนยืนยันข้อมูลอาจต้องใช้เวลาทำความเข้าใจอยู่บ้าง หากมีแผนนั่งรถไฟหลายช่วงและชอบจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง ช่องทางนี้ค่อนข้างตอบโจทย์

2. จองผ่านแพลตฟอร์มท่องเที่ยว

แพลตฟอร์มอย่าง Trip.com หรือ Klook มักใช้งานง่ายกว่า มีภาษาอังกฤษและรูปแบบการชำระเงินที่นักท่องเที่ยวคุ้นเคย จึงเหมาะกับคนที่ไม่อยากเสียเวลาทำความเข้าใจระบบทางการมากนัก

ก่อนจ่ายเงินควรดูค่าบริการ เงื่อนไขการเปลี่ยนหรือคืนตั๋ว และสถานะการจองให้ครบ เพราะบางแพลตฟอร์มอาจเปิดรับคำขอล่วงหน้าก่อนที่ตั๋วจะเริ่มจำหน่ายจริง ช่วงนั้นจึงยังไม่ได้หมายความว่าได้รับที่นั่งยืนยันแล้ว

3. ซื้อที่เคาน์เตอร์สถานี

สามารถนำ Passport ไปซื้อตั๋วกับเจ้าหน้าที่ได้ แต่เราไม่ค่อยแนะนำให้รอไปซื้อในวันเดินทาง โดยเฉพาะเส้นทางยอดนิยม วันหยุดยาว หรือฤดูท่องเที่ยว เพราะขบวนและชั้นที่นั่งที่ต้องการอาจเต็มไปก่อน

ไม่ว่าจะเลือกจองด้วยวิธีไหน ก่อนกดชำระเงินให้หยุดเช็กข้อมูลเหล่านี้อีกครั้ง

  • ชื่อผู้โดยสารตรงกับ Passport
  • หมายเลข Passport ไม่มีตัวเลขหรือตัวอักษรผิด
  • วันที่เดินทางถูกต้อง
  • สถานีต้นทางและปลายทางเป็นสถานีที่ต้องการ
  • เวลาออกและเวลาถึงเข้ากับแผน
  • หมายเลขขบวนและชั้นที่นั่งถูกต้อง

จากที่เราเคยช่วยตรวจแผนเดินทาง ปัญหาที่เจอบ่อยไม่ใช่การใช้งานระบบ แต่เป็นการเลือกสถานีผิดหรือกรอกข้อมูล Passport ผิดเพียงตัวเดียว ดังนั้นใช้เวลาตรวจเพิ่มอีกหนึ่งรอบ ดีกว่าต้องเสียเวลาแก้ตั๋วระหว่างทริป

ประเภทที่นั่งบนรถไฟความเร็วสูง เลือกชั้นไหนดี

พอเลือกเที่ยวรถได้แล้ว หน้าจอถัดไปมักถามว่าจะนั่ง Second Class, First Class หรือ Business Class หลายคนเห็นคำว่า Second Class แล้วกลัวว่าจะนั่งไม่สบาย แต่จริง ๆ แล้วเป็นชั้นมาตรฐานที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกใช้ และเพียงพอสำหรับหลายเส้นทาง

วิธีเลือกของเราไม่ได้ดูจากชื่อชั้นเพียงอย่างเดียว แต่ดูระยะเวลาเดินทาง งบประมาณ และคนที่เดินทางไปด้วย

Second Class คุ้มค่าและเหมาะกับนักท่องเที่ยวทั่วไป

ประเภทรถไฟ Second Class คุ้มค่าและเหมาะกับนักท่องเที่ยวทั่วไป

ขอบคุณรูปภาพจาก: เพื่อนเที่ยวจีน

Second Class โดยทั่วไปจัดที่นั่งแบบ 3+2 ต่อแถว บรรยากาศจะคึกคักกว่าชั้นอื่น แต่ยังนั่งสบายสำหรับการเดินทางไม่กี่ชั่วโมง เหมาะกับคู่เดินทาง กลุ่มเพื่อน หรือคนที่อยากเก็บงบไว้ใช้กับอาหาร ที่พัก และกิจกรรมมากกว่า

ถ้านั่งประมาณ 1–3 ชั่วโมง และไม่ได้ต้องการพื้นที่มากเป็นพิเศษ เรามองว่า Second Class เป็นตัวเลือกที่คุ้มและใช้งานได้ดีอยู่แล้ว

First Class กว้างขึ้นและเงียบขึ้นอีกนิด

ประเภทรถไฟ First Class กว้างขึ้นและเงียบขึ้นอีกนิด

ขอบคุณรูปภาพจาก: เพื่อนเที่ยวจีน

First Class มักจัดที่นั่งแบบ 2+2 ทำให้มีพื้นที่ต่อคนมากขึ้น การลุกนั่งหรือวางของจึงสะดวกกว่า บรรยากาศโดยรวมไม่แน่นเท่า Second Class

เราแนะนำชั้นนี้สำหรับเส้นทางที่ต้องนั่งหลายชั่วโมง ครอบครัวที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือวันที่ทุกคนเพิ่งเดินเที่ยวมาทั้งวันและอยากใช้ช่วงย้ายเมืองเป็นเวลาพัก

Business Class สำหรับคนที่อยากพักเต็มที่

ประเภทรถไฟ Business Class สำหรับคนที่อยากพักเต็มที่

ขอบคุณรูปภาพจาก: เพื่อนเที่ยวจีน

Business Class มีจำนวนที่นั่งต่อแถวน้อยกว่า พื้นที่กว้างและให้ความเป็นส่วนตัวมากที่สุด ที่นั่งของบางขบวนสามารถปรับเอนได้มาก เหมาะกับคนที่อยากพักจริงจังระหว่างเดินทาง

ราคาจะสูงกว่าชั้นอื่นพอสมควร บางเส้นทางอาจใกล้เคียงกับค่าตั๋วเครื่องบิน จึงควรเปรียบเทียบกับระยะเวลาและความสะดวกที่ได้รับก่อนตัดสินใจ

การเตรียมตัวและขั้นตอนการขึ้นรถไฟความเร็วสูงจีน

ขั้นตอนการขึ้นรถไฟความเร็วสูงจีน

ช่วงที่ทำให้หลายคนตื่นเต้นที่สุดมักไม่ใช่ตอนรถไฟออก แต่เป็นตอนเดินเข้าสถานีครั้งแรก เพราะสถานีรถไฟจีนบางแห่งใหญ่จนให้ความรู้สึกเหมือนสนามบินย่อม ๆ แต่ไม่ต้องกังวล ขั้นตอนไม่ได้ซับซ้อน ขอแค่มี Passport และไปถึงก่อนเวลาก็พอ

จากทริปที่แพนด้า ฮอลิเดย์ดูแล หากเป็นการนั่งรถไฟความเร็วสูงจีนครั้งแรก เราแนะนำให้ไปถึงสถานีล่วงหน้าประมาณ 45–60 นาที โดยเฉพาะสถานีใหญ่หรือช่วงวันหยุด เพราะอาจต้องต่อคิวตรวจเอกสารและสัมภาระ ขั้นตอนหลัก ๆ มีดังนี้

  1. แสดง Passport เพื่อเข้าสถานีใช้ Passport เล่มเดียวกับที่กรอกตอนจองตั๋ว หากประตูอัตโนมัติอ่านไม่ได้ ให้มองหาช่องที่มีเจ้าหน้าที่ช่วยตรวจเอกสาร
  2. นำกระเป๋าผ่านเครื่องสแกนผู้โดยสารทุกคนต้องผ่านจุดตรวจความปลอดภัยก่อนเข้าสถานี โดยสัมภาระทั่วไปสามารถนำเข้าได้ แต่ห้ามนำอาวุธ วัตถุระเบิด สารไวไฟ สารพิษ และวัตถุอันตรายขึ้นรถไฟ ส่วนของใช้บางประเภท เช่น น้ำหอม สเปรย์ และ Power Bank มีข้อจำกัดด้านปริมาณและขนาด จึงควรตรวจสอบข้อกำหนดของ China Railway 12306 ก่อนเดินทาง
  3. มองหาหมายเลขขบวนบนจอให้เทียบหมายเลขขบวน เวลาออก และสถานีปลายทางกับข้อมูลการจอง จากนั้นดูว่าต้องรอขึ้นรถที่ประตูไหน
  4. รอประกาศเปิดประตูขึ้นรถเมื่อประตูขึ้นชานชาลาเปิด ให้เตรียม Passport และตั๋วไว้สำหรับแสดงต่อเจ้าหน้าที่ก่อนผ่านจุดตรวจ จากนั้นจึงลงไปยังชานชาลา ควรเผื่อเวลาและอย่าแวะนาน เพราะประตูจะปิดก่อนรถไฟออก
  5. เช็กหมายเลขตู้และที่นั่งเมื่อถึงชานชาลา ให้ดูหมายเลขตู้บนป้ายหรือพื้นชานชาลาแล้วขึ้นให้ถูกตู้ หากหาตู้ไม่เจอ สามารถยื่นตั๋วให้เจ้าหน้าที่บริเวณรถไฟดูเพื่อขอความช่วยเหลือได้

สิ่งสำคัญที่สุดคือเก็บ Passport ไว้ในจุดที่หยิบง่าย และติดตามหน้าจอประกาศเป็นระยะ เพราะประตูขึ้นรถหรือชานชาลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อผ่านครั้งแรกไปแล้วจะรู้เลยว่า การขึ้นรถไฟความเร็วสูงที่จีนไม่ได้น่ากลัว เพียงสถานีใหญ่และต้องเดินอย่างมีสติเท่านั้นเอง

ประสบการณ์ระหว่างนั่งรถไฟความเร็วสูงจีน มีอะไรให้ใช้บ้าง?

พอหาตู้และที่นั่งเจอแล้ว บรรยากาศบนรถไฟจะสบายกว่าที่หลายคนคิด ที่นั่งสะอาด มีพื้นที่วางกระเป๋า และสามารถลุกเดินไปห้องน้ำหรือยืดเส้นยืดสายได้ระหว่างทาง

จากประสบการณ์ของเรา มีเรื่องที่ควรรู้ไว้เล็กน้อย

  • มีอาหารและเครื่องดื่มขายบนรถบางขบวนมีรถเข็นขายขนม เครื่องดื่ม และอาหารกล่อง หรือมีตู้เสบียงอยู่บริเวณกลางขบวน แต่ตัวเลือกอาจไม่มากและราคาสูงกว่าซื้อจากสถานีเล็กน้อย เราจึงมักแนะนำให้ซื้อของกินง่าย ๆ ติดขึ้นไปด้วย
  • หลีกเลี่ยงอาหารกลิ่นแรงอาหารอย่างทุเรียน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรืออาหารแบบอุ่นร้อนด้วยตัวเองอาจรบกวนผู้โดยสารคนอื่น และบางประเภทมีข้อจำกัดด้านความปลอดภัย เลือกแซนด์วิช ขนมปัง หรือของกินที่ไม่มีกลิ่นแรงจะสะดวกกว่า
  • มีห้องน้ำอยู่ภายในขบวนโดยทั่วไปมีทั้งห้องน้ำแบบนั่งและสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน แต่ถ้าเดินทางหลายชั่วโมง ควรพกทิชชูเปียกและทิชชูแห้งติดกระเป๋าไว้ เผื่อช่วงที่มีผู้โดยสารใช้บริการจำนวนมาก
  • มีจุดกดน้ำดื่มบนขบวนบริเวณใกล้ห้องน้ำหรือท้ายตู้โดยสารจะมีจุดบริการน้ำร้อนและน้ำเย็น สามารถเตรียมขวดหรือแก้วส่วนตัวไว้เติมน้ำดื่มระหว่างทางได้
  • จุดชาร์จขึ้นอยู่กับรุ่นของรถไฟรถไฟรุ่นใหม่มักมีปลั๊กไฟหรือช่องชาร์จบริเวณใต้ที่นั่ง แต่ตำแหน่งและจำนวนอาจต่างกันไป พก Power Bank ที่เป็นไปตามข้อกำหนดขึ้นรถไฟไว้ จะช่วยให้ไม่ต้องแย่งหาปลั๊กระหว่างทาง
  • อย่าฝากความหวังทั้งหมดไว้กับ Wi-Fiบางขบวนมีบริการอินเทอร์เน็ต แต่การเชื่อมต่ออาจไม่สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แพนด้า ฮอลิเดย์แนะนำให้เตรียม SIM หรือ eSIM ที่ใช้งานในจีนได้ไว้ จะเปิดแผนที่ แปลภาษา หรือเช็กสถานีได้คล่องกว่า

ระหว่าง นั่งรถไฟเที่ยวจีน ควรคอยดูหน้าจอและฟังประกาศชื่อสถานีเป็นระยะ ก่อนถึงปลายทางประมาณ 10–15 นาทีให้เริ่มเก็บของ เพราะรถไฟจอดแต่ละสถานีไม่นาน เตรียมกระเป๋าพร้อมแล้วค่อยลงแบบสบาย ๆ ดีกว่ามารีบเก็บของตอนคนทั้งตู้กำลังลุกพร้อมกัน

อ่านบทความอื่นที่น่าสนใจ: เที่ยวจีนใช้เน็ตแบบไหนดี? เทียบ Roaming vs ซิมจีน เลือกแบบไหนคุ้มกว่า

แนะนำเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจีนยอดนิยม

ถ้ายังไม่รู้ว่าจะเริ่มนั่งรถไฟเที่ยวจีนจากเส้นทางไหน แพนด้า ฮอลิเดย์ขอแนะนำเส้นทางที่จัดทริปต่อเมืองได้ง่าย และเหมาะกับนักท่องเที่ยวมือใหม่ก่อน

  • ปักกิ่ง–เซี่ยงไฮ้เส้นทางยอดนิยมสำหรับคนที่อยากเที่ยวสองมหานครในทริปเดียว ขบวนที่เร็วใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมงกว่า เหมาะกับการนั่งพักครึ่งวันแล้วไปเดินเที่ยวต่อได้เลย
  • ปักกิ่ง–ซีอานเหมาะกับสายประวัติศาสตร์ จากกำแพงเมืองจีนและพระราชวังต้องห้าม ไปต่อกองทัพทหารดินเผาได้โดยไม่ต้องเสียเวลาเข้าออกสนามบิน
  • เซี่ยงไฮ้–หางโจวระยะทางไม่ไกล เหมาะกับการไปเที่ยวทะเลสาบซีหูแบบค้างคืน หรือจัดเป็นทริปสั้นจากเซี่ยงไฮ้ก็สะดวก
  • เฉิงตู–ฉงชิ่งเส้นทางนี้เหมาะกับสายกินและสายเมืองมาก จากดูแพนด้าในเฉิงตู ไปต่อหม้อไฟและวิวเมืองซ้อนเมืองของฉงชิ่งได้ง่าย
  • คุนหมิง–ต้าหลี่
    เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวมณฑลยูนนานแบบธรรมชาติสลับเมืองเก่า นั่งรถไฟแล้วไม่ต้องเดินทางไกลด้วยรถยนต์ตลอดทั้งวัน
  • กวางโจว–เซินเจิ้น–ฮ่องกง
    เหมาะกับทริปที่อยากเก็บหลายเมืองทางตอนใต้ แต่เส้นทางเข้าออกฮ่องกงมีขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง จึงควรเผื่อเวลาเพิ่มจากการขึ้นรถไฟภายในจีนตามปกติ

เวลาเลือกเส้นทาง อย่าลืมเช็กชื่อสถานีให้ครบ เพราะบางเมืองมีหลายสถานี และระยะเวลาอาจต่างกันตามจำนวนจุดจอด แพนด้า ฮอลิเดย์แนะนำให้ตรวจตารางล่าสุดก่อนเดินทางทุกครั้ง แล้วเลือกขบวนที่เข้ากับแผนมากกว่ามองหาเที่ยวที่เร็วที่สุดเพียงอย่างเดียว

นั่งรถไฟเที่ยวจีนให้สนุก เริ่มจากวางแผนทริปให้พอดีกับแพนด้า ฮอลิเดย์

การนั่งรถไฟความเร็วสูงจีน ไม่ได้ยากอย่างที่หลายคนกังวล ขอเพียงเช็กชื่อสถานีให้ถูก เลือกขบวนและที่นั่งให้เหมาะกับระยะทาง จองด้วยข้อมูล Passport ที่ถูกต้อง และเผื่อเวลาไปถึงสถานีก่อนรถออก เท่านี้ก็สามารถเดินทางข้ามเมืองได้แบบสบาย ๆ

สำหรับแพนด้า ฮอลิเดย์ เสน่ห์ของการนั่งรถไฟเที่ยวจีนไม่ได้มีแค่ความรวดเร็ว แต่ยังเป็นช่วงเวลาที่เราได้พักจากการเดินเที่ยว ชมวิวข้างทาง และค่อย ๆ เห็นบรรยากาศของจีนเปลี่ยนไปจากเมืองหนึ่งสู่อีกเมืองหนึ่ง

หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกเส้นทางไหน ต่อเมืองอย่างไร หรือนั่งรถไฟขบวนใดให้เข้ากับแผนเที่ยว แพนด้า ฮอลิเดย์พร้อมช่วยจัดโปรแกรมทัวร์จีนให้เดินทางได้อย่างลงตัว เที่ยวครบแบบไม่ต้องเร่งรีบ และมีทีมคอยดูแลตลอดเส้นทาง

สอบถามโปรแกรมท่องเที่ยวจีน รับจัดกรุ๊ปส่วนตัว และกรุ๊ปวีไอพี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรถไฟความเร็วสูงที่ประเทศจีน

Q: จองตั๋วหลายคน สามารถเลือกที่นั่งให้อยู่ติดกันได้ไหม?

A: เลือกความสัมพันธ์ของที่นั่งติดกันได้ในขบวน C, D และ G บางเที่ยว โดยแนะนำให้จองทุกคนไว้ในคำสั่งซื้อเดียวกัน แต่ถ้าที่นั่งเหลือน้อย ระบบอาจจัดให้นั่งแยกกันได้ จึงควรจองตั้งแต่ตั๋วเปิดขาย หากเดินทางเป็นครอบครัวหรือมีเด็กเล็ก

Q: เด็กต้องซื้อตั๋วรถไฟความเร็วสูงจีนหรือไม่?

A: เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีเดินทางฟรีได้ 1 คนต่อผู้ใหญ่ที่มีตั๋ว โดยไม่มีที่นั่งแยก หากต้องการให้เด็กมีที่นั่งของตัวเองต้องซื้อตั๋วเด็ก ส่วนเด็กอายุครบ 6 ปีแต่ยังไม่ถึง 14 ปีใช้ตั๋วเด็ก และผู้ที่อายุครบ 14 ปีต้องซื้อตั๋วราคาเต็ม

Q: นำรถเข็นเด็กหรือรถเข็นผู้สูงอายุขึ้นรถไฟได้ไหม?

A: รถเข็นเด็กและรถเข็นสำหรับผู้ที่จำเป็นต้องใช้งานสามารถนำขึ้นรถได้ โดยควรเป็นแบบพับเก็บได้และจัดวางไม่กีดขวางทางเดิน หากต้องการความช่วยเหลือในการเข้าสถานีหรือขึ้นขบวน สามารถยื่นขอบริการช่วยเหลือผู้โดยสารผ่าน 12306 ล่วงหน้าได้

Q: ถ้าชื่อหรือหมายเลข Passport บนตั๋วผิด แก้ไขได้ไหม?

A: ข้อมูลชื่อและหมายเลข Passport บนตั๋วที่ออกแล้วไม่สามารถแก้ไขหรือเปลี่ยนเป็นชื่อคนอื่นได้ หากพบว่าข้อมูลผิด โดยทั่วไปต้องคืนตั๋วเดิมแล้วจองใหม่ จึงควรตรวจทุกตัวอักษรก่อนชำระเงิน โดยเฉพาะเลขศูนย์ ตัว O และหมายเลข Passport ที่คล้ายกัน

Q: ต่อรถไฟหลายขบวน ต้องออกจากสถานีแล้วเข้าใหม่ไหม?

A: ขึ้นอยู่กับสถานี บางแห่งมีเส้นทางสำหรับผู้โดยสารเปลี่ยนขบวนภายในสถานี ให้เดินตามป้าย Transfer หรือ 换乘 โดยไม่ต้องออกไปด้านนอก แต่บางสถานีอาจต้องผ่านจุดตรวจอีกครั้ง จึงควรเผื่อเวลาต่อรถไว้พอสมควร และถามเจ้าหน้าที่ทันทีเมื่อถึงสถานีเปลี่ยนขบวน