
ขอบคุณรูปภาพจาก:Black Myth: Wukong official
แกะรอยแรงบันดาลใจที่ใคร ๆ ก็อยากเที่ยวจีนตามรอย Black Myth: Wukong
ก่อนจะไปเปิดวาร์ปพิกัดที่เที่ยวจีน ขอแวะสปอยล์เบื้องหลังของเกมกันสักนิด เพราะนี่คือเกม AAA ที่เนรมิตฉากจากนิยายไซอิ๋วออกมาได้อลังการจนเกิดเทรนด์ เที่ยวจีนตามรอย Black Myth: Wukong ที่ฮิตกันไปทั่วโลก
โดยมีจุดเด่นคือทีมพัฒนาได้ใช้เทคโนโลยีสแกน 3D สถานที่ท่องเที่ยวจีนของจริงแบบ 1:1 เข้าไปไว้ในเกมแบบเป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว จากโลเคชันจริงทั้งหมด 36 แห่งที่ใช้เป็นต้นแบบ มีถึง 27 แห่งที่ซ่อนตัวอยู่ในมณฑลซานซี ดินแดนทางตอนเหนือที่เปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต เพราะเป็นแหล่งรวมสถาปัตยกรรมไม้โบราณของประเทศไว้มากกว่า 80%
วันนี้แพนด้าเลยคัด 6 พิกัดไฮไลต์สำหรับใครที่แพลนเที่ยวจีนตามรอยเกมสุดไวรัลมาให้แล้ว จะมีที่ไหนบ้าง ไปดูพร้อมกันเลย!

1. ภูเขาหวงซาน (Huangshan Mountain)
หากคุณคุ้นเคยกับฉากปีนป่ายหน้าผาสูงชันและภูมิประเทศที่ดูลี้ลับในเกม ต้นแบบของความอลังการนั้นมาจาก ภูเขาหวงซาน ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นราชาแห่งขุนเขา โดดเด่นด้วยยอดเขาหินแกรนิตรูปทรงแปลกตา ต้นสนพันปีที่แทรกตัวเติบโตอยู่ริมหน้าผา และทะเลหมอกที่ลอยอยู่เหนือยอดเขา ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในดินแดนแห่งเซียน
ด้วยภูมิประเทศที่สลับซับซ้อนและเต็มไปด้วยความลึกลับของหวงซาน จึงถูกนำมาใช้เป็นต้นแบบของเส้นทางสุดท้าทายที่ผู้เล่นต้องเผชิญหน้ากับศัตรูท่ามกลางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่

2. ถ้ำผาหยุนกัง (Yungang Grottoes)
ฉากวิหารและพระพุทธรูปหินสลักขนาดยักษ์ที่สะกดทุกสายตาในเกม ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก ถ้ำผาหยุนกัง เมืองต้าถง มณฑลซานซี กลุ่มถ้ำพุทธศาสนาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์เว่ยเหนือ อายุเก่าแก่กว่า 1,500 ปี ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวจีนสุดอลังการ มีถ้ำน้อยใหญ่ถึง 252 ถ้ำ และมีประติมากรรมรูปสลักพระพุทธรูปแกะสลักเข้าไปในหน้าผาหินมากกว่า 51,000 องค์ ตั้งแต่ขนาดเล็กจิ๋วไปจนถึงองค์ใหญ่ยักษ์
ทำให้ความขลังและความเงียบสงบของถ้ำหยุนกังถูกถ่ายทอดออกมาเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในเกม ที่ซึ่งความศรัทธาและความลี้ลับผสมผสานกันอย่างลงตัว

3. อุทยานสวรรค์ตะวันตกน้อย (Little Western Paradise)
ฉากวัดโบราณสุดอลังการในเกมที่สะท้อนกลิ่นอายสถาปัตยกรรมทางศาสนาของจีนได้อย่างสมจริง มีต้นแบบมาจาก อุทยานสวรรค์ตะวันตกน้อย หรือ วัดเสี่ยวซีเทียน (Xiaoxitian) ซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาเฟิ่งหวง ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอำเภอซี เมืองหลินเฝิน มณฑลซานซี ที่เปรียบเสมือนขุมสมบัติล้ำค่าที่เก็บรวบรวมงานศิลปะและประติมากรรมสีแห่งยุคราชวงศ์หมิงไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด
ทีมผู้พัฒนาได้หยิบเอาอุโบสถที่มีโครงสร้างใหญ่โตและงานแกะสลักอันแสนซับซ้อนของวัดแห่งนี้ ไปจำลองไว้ในเกมได้อย่างไร้ที่ติ ซึ่งตัวเกมก็สามารถถ่ายทอดความวิจิตรตระการตานี้ออกมาได้เป๊ะทุกดีเทล จนทำให้เกมเมอร์ทั่วโลกต้องตะลึงและอยากมาสัมผัสความยิ่งใหญ่ด้วยตาตัวเองสักครั้ง

4. เจดีย์ไม้อิ้งเซี่ยน (Yingxian Wooden Pagoda)
เจดีย์ไม้อิ้งเซี่ยน หรือเจดีย์ศากยมุนีแห่งวัดฝอกง (Sakyamuni Pagoda of Fogong Temple) ในเมืองซั่วโจว มณฑลซานซี คือเจดีย์ไม้ที่เก่าแก่และสูงที่สุดในโลก ด้วยอายุเกือบ 1,000 ปี สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1056 สมัยราชวงศ์เหลียว จนได้รับการยกย่องให้เป็น สามหอมหัศจรรย์ของโลก
โครงสร้างไม้ทรง 8 เหลี่ยมมีความสูง 67.31 เมตร และมีน้ำหนักรวมกว่า 7,400 ตัน ถูกสร้างขึ้นโดยไม่ใช้ตะปูเหล็กแม้แต่ตัวเดียว แต่ยึดโยงกันด้วยภูมิปัญญาสถาปัตยกรรมจีนโบราณที่เรียกว่า โต๋วก่งหรือการสลักไม้เข้าไม้กว่า 60 รูปแบบ รวมกว่า 400 ชิ้น จนถูกขนานนามว่าเป็นพิพิธภัณฑ์โต๋วก่งแห่งสถาปัตยกรรมจีนโบราณที่ทนทานต่อแผ่นดินไหวมานับครั้งไม่ถ้วน
เมื่อมองจากภายนอกจะเห็นเจดีย์มี 5 ชั้น แต่ภายในซ่อนระเบียงชั้นลอยเอาไว้ กลายเป็น 9 ชั้น ซึ่งเป็น5 ชั้นสว่าง 4 ชั้นมืด โดยใจกลางชั้นแรกเป็นที่ประดิษฐานองค์พระศากยมุนีปางสมาธิสูง 11 เมตร จนกลายเป็นแรงบันดาลใจหลักในการสร้างสเตจหอคอยและเจดีย์ในเกม Black Myth Wukong ให้ผู้เล่นได้บุกตะลุยกันนั่นเอง

5. วัดอวี้หวง (Yuhuang Temple)
ภายในเกมเราจะได้เผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตในตำนานและสัตว์เทพต่าง ๆ ที่ดูมีชีวิตชีวา ซึ่งแรงบันดาลใจหลักมาจาก วัดอวี้หวง ในเมืองจิ้นเฉิง มณฑลซานซี สถานที่ท่องเที่ยวจีนที่ดังเป็นพลุแตกชั่วข้ามคืนจากกระแสเกม Black Myth: Wukong
ไฮไลต์อย่าง ประติมากรรม 28 นักษัตร ที่อยู่ในวิหารรอง โดยรูปปั้นทวยเทพ เซียน และสัตว์ในตำนานทั้ง 28 องค์นี้ มีการปั้นท่วงท่า การเคลื่อนไหว และสรีระที่โดดเด่นสมจริง มีชีวิตชีวาเอามาก ๆ ซึ่งสะท้อนถึงรากฐานความเชื่อและประเพณีทางศาสนาที่ลึกซึ้งของจีน นอกจากนี้ ตัววัดยังอบอวลไปด้วยประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมแห่งยุคราชวงศ์หมิงที่ถูกถอดแบบไปสร้างความขลังในเกมได้อย่างสมบูรณ์

6. วัดซวงหลิน (Shuanglin Temple)
วัดซวงหลิน ตั้งอยู่นอกเมืองโบราณผิงเหยา ได้รับการขนานนามว่าเป็นคลังสมบัติแห่งประติมากรรมสีตะวันออก ภายในวิหารทั้ง 11 หลังเต็มไปด้วยประติมากรรมดินปั้นหลากสีสันกว่า 2,000 องค์ ที่มีอายุยาวนานกว่า 600 ปี สร้างตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซ่ง หยวน และเจริญรุ่งเรืองสุดในสมัยราชวงศ์หมิง มีทั้งรูปปั้นเทวดา ยักษ์ พระโพธิสัตว์ และนักรบศักดิ์สิทธิ์ แต่ละองค์มีสีหน้า แววตา ท่วงท่า และรอยยับของเสื้อผ้าที่พลิ้วไหวสมจริงราวกับมีชีวิต
รูปปั้นจากวัดซงหลิงถูกนำไปใช้เป็นต้นแบบของบอส ทวยเทพ และรูปปั้นโบราณศักดิ์สิทธิ์ตามฉากต่าง ๆ ในเกม ทำให้ดีเทลของตัวละครมีความประณีตและดึงเอาเอกลักษณ์ของพุทธศิลป์จีนยุคโบราณออกมาสู่สายตาเกมเมอร์ทั่วโลกได้อย่างไร้ที่ติ
ตามรอยในจอสู่โลกจริงให้ฟินกว่าเดิมกับ Panda Holiday
ภาพในเกมว่าอลังการแล้ว ลองจินตนาการดูว่าการได้ไปยืนอยู่ท่ามกลางสถานที่จริง สูดอากาศบริสุทธิ์ และสัมผัสความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมระดับมรดกโลกด้วยตาตัวเอง จะเป็นประสบการณ์ที่ทรงพลังและเทียบกันไม่ได้เลย!
หากคุณอยากออกเดินทางไปตามรอยความสวยงามเหล่านี้ แต่แอบกังวลเรื่องการเดินทางข้ามมณฑลที่แสนซับซ้อน หรือไม่อยากเหนื่อยปวดหัวกับการนั่งวางแผนทริปเอง ให้ Panda Holiday พาคุณไปเปิดประสบการณ์ทะลุมิติสู่ดินแดนแห่งตำนาน Black Myth: Wukong ด้วยเส้นทางทัวร์จีนระดับพรีเมียม ที่จะทำให้ทริปตามรอยของคุณมีแต่ความสะดวกสบายและเหนือระดับ ดื่มด่ำกับสถานที่จริงได้แบบจัดเต็มโดยไกด์ผู้เชี่ยวชาญที่รู้ลึกรู้จริงเรื่องประวัติศาสตร์ เพื่อให้เป็นทริปตามรอยที่สะดวกสบายและน่าจดจำที่สุด
สอบถามโปรแกรมท่องเที่ยวจีน รับจัดกรุ๊ปส่วนตัว และกรุ๊ปวีไอพี
- Hotline:086-317-1624
- Office:02-157-0999
- Facebook:Panda Holiday – แพนด้า ฮอลิเดย์
- Line: @pandaholiday
- Email:salespandaholiday@gmail.com
- ชมโปรแกรมทัวร์จีนเพิ่มเติมได้ที่ Panda.co.th
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวจีน
Q: สถานที่ที่ปรากฏในเกม Black Myth: Wukong อยู่ในเมืองใดบ้างในจีน?
A: สถานที่จริงที่เป็นต้นแบบในเกมกว่า 27 แห่ง ตั้งอยู่ในมณฑลซานซี ทางตอนเหนือของประเทศจีน เช่น ถ้ำผาหยุนกัง วัดเสี่ยวซีเทียน วัดอวี้หวง เจดีย์ไม้อิ้งเซี่ยน และวัดซงหลิง นอกจากนี้ยังมีสถานที่ชื่อดังในมณฑลอื่นอย่าง ภูเขาหวงซาน มณฑลอานฮุย อีกด้วย
Q: การเดินทางไปตามรอยสถานที่เหล่านี้ในมณฑลซานซี ลำบากไหม?
A: หากเดินทางด้วยตัวเองอาจมีความท้าทายเรื่องการต่อรถข้ามเมืองและกำแพงภาษา เนื่องจากโบราณสถานหลายแห่งตั้งอยู่กระจายกันในเมืองรอง แต่หากเดินทางกับ Panda Holiday เรามีบริการรถโค้ช VIP ปรับอากาศรับ-ส่งถึงหน้าสถานที่ท่องเที่ยว ช่วยลดความเหนื่อยล้าและทำให้การเดินทางราบรื่น
Q: ช่วงเวลาไหนที่เหมาะกับการไปเที่ยวจีนตามสถานที่เหล่านี้?
A: สามารถเที่ยวได้ตลอดปี แต่ช่วงที่แนะนำเป็นพิเศษคือ ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) และ ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) เพราะอากาศจะเย็นสบาย ท้องฟ้าโปร่ง ทำให้ถ่ายรูปสถาปัตยกรรมและวิวทิวทัศน์ได้สวยงามและเดินเที่ยวได้ไม่เหนื่อย
