ทำความรู้จัก โม่เหอ จุดชมแสงเหนือแห่งเดียวในเอเชีย

โม่เหอตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของมณฑลเฮยหลงเจียง ประเทศจีน เป็นพื้นที่เพียงแห่งเดียวในจีนและเอเชียตะวันออกที่อยู่ใกล้กับเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล (Arctic Circle) ทำให้มีโอกาสมองเห็นปรากฏการณ์แสงเหนือ (Aurora Borealis) ได้ โดยเฉพาะที่หมู่บ้านเป่ยจี๋ (Beiji Village) หรือ Arctic Village จีน ซึ่งเป็นจุดชมแสงเหนือจีน ที่ดีที่สุด

ด้วยภูมิศาสตร์ที่ตั้งอยู่ละติจูดสูงเฉียดขอบชายแดนรัสเซีย ทำให้โม่เหอกลายเป็นจุดสำคัญของนักเดินทางที่อยากเปิดประสบการณ์ใหม่ เพราะการมาเที่ยวที่นี่นอกจากจะได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวเหนือสุดเข้มข้นแล้ว ทัศนียภาพของผืนป่าสนและแม่น้ำที่กลายเป็นน้ำแข็งก็ยังสวยงามแปลกตาไม่แพ้ฝั่งยุโรปเลยครับ

โม่เหอ แสงเหนือในจีนแห่งเดียวในเอเชีย

ล่าแสงเหนือในจีน ไปช่วงไหนดี?

ปรากฏการณ์แสงเหนือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ จึงไม่ได้ปรากฏออกมาให้เห็นได้ในทุก ๆ วัน เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการล่าแสงเหนือ แพนด้าแนะนำให้ล็อกวันไว้ตามนี้เลย

ช่วงไฮไลต์ (Summer Solstice)

ปลายเดือนมิถุนายน – สิงหาคม เป็นช่วงที่อากาศอบอุ่น สบายที่สุด รวมถึงยังเป็นช่วงปรากฏการณ์ครีษมายัน หรือช่วงที่เวลาในตอนกลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี ทำให้มีโอกาสมองเห็นแสงเหนือได้บ้างในคืนที่มืดสนิท

ช่วงหนาวจัด (Winter Season)

ตั้งแต่เดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ เป็นช่วงที่หิมะตกหนา อากาศหนาวจัดและแห้งจนอุณหภูมิติดลบได้ถึง -35 องศาเซลเซียส แต่ช่วงค่ำคืนจะยาวนานกว่าปกติ ท้องฟ้ามืดสนิทและโปร่งใส ไร้เมฆหมอกบดบัง ทำให้มีโอกาสเห็นแสงเหนือในจีน พาดผ่านท้องฟ้าได้อย่างเด่นชัดและยาวนานขึ้น

ปักหมุดพิกัดเด็ด! จุดชมแสงเหนือจีนและที่เที่ยวห้ามพลาดในโม่เหอ

มาถึงเมืองเหนือสุดของแดนมังกรแล้ว ห้ามพลาดไฮไลต์จุดชมแสงเหนือจีนจุดกับเช็กอินสวย ๆ

จุดชมแสงเหนือโม่เหอที่ arctic village จีน

1. หมู่บ้านเป่ยจี๋ (Beiji Village) หรือ Arctic Village จีน

Arctic Villageหมู่บ้านท่องเที่ยวระดับท็อปตั้งอยู่เหนือสุดของประเทศจีน ติดกับชายแดนประเทศรัสเซียโดยมีแม่น้ำเฮยหลงเจียงกั้นกลาง ถือเป็นจุดชมแสงเหนือในจีนที่สมบูรณ์แบบเลยก็ว่าได้ ด้วยวิวรอบด้านที่มืดสนิท ไม่มีแสงจากเมืองใหญ่มารบกวน

นอกจากนี้ยังมีจุดถ่ายรูปแลนด์มาร์กอย่างรูปปั้นมงกุฎไก่ทองคำ (Golden Rooster Crown) เสาหินขั้วโลกเหนือ (Divine Northern Pole monolith) หลักไมล์เหนือสุดของจีน (China’s Northernmost Point) และอย่าลืมเขียนความทรงจำส่งกลับไทยจากที่ทำการไปรษณีย์เหนือสุดของจีน แวะส่งโปสการ์ดประทับตราประทับพิเศษที่มีเฉพาะที่นี่เท่านั้น

2. หมู่บ้านเป่ยหง (Beihong Village)

หากคุณชอบความสงบและอยากสัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมแท้ ๆ หมู่บ้านเป่ย์หงคือคำตอบ เพราะหมู่บ้านแห่งนี้ยังคงรักษาความบริสุทธิ์ของธรรมชาติไว้ได้อย่างดีเยี่ยมและมีความเป็นส่วนตัวกว่าหมู่บ้านเป่ยจี๋

หมู่บ้านเป่ยหงล้อมรอบไปด้วยผืนป่าสนผืนใหญ่และสายน้ำใสสะอาดของแม่น้ำอามูร์หรือแม่น้ำเฮยหลงเจียง ท้องฟ้าในยามค่ำคืนมืดสนิทจนเห็นดวงดาวชัดเจน เหมาะมากสำหรับช่างภาพที่ต้องการตั้งกล้องถ่ายภาพทางช้างเผือกและรอเก็บภาพแสงเหนือในจีน แบบไม่มีสิ่งปลูกสร้างหรือแสงไฟมารบกวน

3. สวนกวางเรนเดียร์เผ่าเอเวนกิ (Ewenki Reindeer Park)

จุดเช็กอินลับท่ามกลางผืนป่าสนขั้วโลกของโม่เหอ ที่นี่เป็นบ้านของฝูงกวางเรนเดียร์แสนเชื่องของชนเผ่าท้องถิ่นเอเวนกิ นักท่องเที่ยวสามารถซื้อตะกร้ามอสไปป้อนและถ่ายรูปกับน้องกวางได้อย่างใกล้ชิด ได้ฟีลอบอุ่นและโรแมนติกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในหมู่บ้านซานตาคลอสแถบสแกนดิเนเวียเลยครับ

4. หมู่บ้านคริสต์มาส (Christmas Village)

ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านเป่ยจี๋ เป็นธีมปาร์คฤดูหนาวสุดน่ารักที่มีบ้านซานตาคลอสตั้งอยู่ ความพิเศษคือในช่วงไฮซีซันจะมีซานตาคลอสตัวจริงที่เดินทางมาจากประเทศฟินแลนด์มาสแตนด์บให้บรรยากาศคริสต์มาสท่ามกลางหิมะได้อย่างน่าประทับใจ

เตรียมตัวเที่ยวโม่เหอ

แม้โม่เหอจะได้รับฉายาว่าเป็นเมืองเหนือสุดของประเทศจีน แต่ในช่วงเดือนกรกฎาคม – กันยายน ซึ่งเป็นช่วงยอดนิยมสำหรับการท่องเที่ยว อากาศจะเย็นสบายกว่าหลายเมืองในจีน เหมาะกับการเดินชมธรรมชาติ ชมป่าสน และสัมผัสบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงาม โดยเฉพาะช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงกันยายนที่ทิวทัศน์จะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองและสีส้มทั่วทั้งพื้นที่

เตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะกับสภาพอากาศ

  • เสื้อแขนยาวหรือเสื้อกันลมบาง สำหรับช่วงเช้าและช่วงเย็นที่อุณหภูมิอาจลดลงกว่าตอนกลางวัน
  • เสื้อแจ็กเก็ตหรือคาร์ดิแกน 1 ตัว สำหรับสวมเพิ่มความอบอุ่นในวันที่อากาศเย็นเป็นพิเศษ
  • รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าสำหรับเดินเที่ยว เพื่อความสะดวกในการเดินชมธรรมชาติและสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ
  • ร่มพับหรือเสื้อกันฝนแบบพกพา เผื่อกรณีมีฝนตกเล็กน้อยระหว่างวัน

เตรียมอุปกรณ์ถ่ายภาพให้พร้อม

โม่เหอขึ้นชื่อเรื่องทัศนียภาพธรรมชาติอันสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นป่าสน แม่น้ำเฮยหลงเจียง หรือบรรยากาศของ Arctic Village จึงควรเตรียมแบตเตอรี่สำรอง (Power Bank) และพื้นที่จัดเก็บภาพในโทรศัพท์หรือกล้องถ่ายรูปให้เพียงพอ เพื่อไม่พลาดการเก็บภาพความประทับใจตลอดทริป

นอกจากนี้ หากเดินทางในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี แนะนำให้เตรียมเลนส์มุมกว้างหรือกล้องคุณภาพดีติดตัวไปด้วย เพราะวิวธรรมชาติของโม่เหอในช่วงนี้ถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่สวยที่สุดของปี

การเดินทางจากไทยไปโม่เหอ

การเดินทางจากประเทศไทย ไปโม่เหอ

การเดินทางไปล่าแสงเหนือที่จีนไม่ได้ยากอย่างที่คิด แพนด้ามีตัวอย่างแผนการเดินทางที่แบ่งออกเป็น 2 สเต็ปง่าย ๆ ดังนี้

1. บินจากไทยไปเมืองหลักของจีน

นักท่องเที่ยวสามารถเลือกบินจากกรุงเทพฯ ไปยังเมืองหลักของจีนอย่าง ฮาร์บิน (Harbin) หรือ ปักกิ่ง (Beijing) เพื่อใช้เป็นจุดต่อเครื่องหรือเดินทางต่อไปยังเมืองโม่เหอ โดยฮาร์บินจะเป็นเส้นทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางขึ้นสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ขณะที่ปักกิ่งมีเที่ยวบินให้เลือกจำนวนมากและเชื่อมต่อการเดินทางภายในประเทศได้สะดวกเช่นกัน

2. เดินทางต่อไประหว่างเมือง

ถ้าอยากไปถึงโม่เหอแบบสะดวกสบายที่สุด สามารถเลือกนั่งเครื่องบินภายในประเทศจากสนามบินฮาร์บิน บินตรงมาลงที่ สนามบินโม่เหอ (Mohe Gulian Airport) ซึ่งใช้เวลาเพียง 1 – 2 ชั่วโมงเท่านั้นครับ

แต่ถ้าอยากซึมซับบรรยากาศ แนะนำให้เลือกนั่ง รถไฟตู้นอนจากสถานีรถไฟฮาร์บินยาวไปถึงโม่เหอ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 14-17 ชั่วโมง คุณจะได้นอนชมวิวผืนป่าสนไทกาที่เคลือบไปด้วยหิมะสีขาวโพลนตลอดสองข้างทางหน้าต่าง เป็นภาพที่โรแมนติกและสวยงามคุ้มค่าเวลามากเลยทีเดียว

อ่านบทความที่น่าสนใจ: “ฮาร์บิ้น” เมืองแห่งน้ำแข็ง หนึ่งในเมืองที่สวยงามที่สุดของจีน

โม่เหอ ทริปตามล่าแสงเหนือในเอเชียที่เอื้อมถึงง่ายกว่าที่คิด

การเดินทางไปเยือนเมืองโม่เหอ ถือเป็นทริปเปิดประสบการณ์ที่คุ้มค่า ทั้งในแง่ของค่าใช้จ่ายที่ประหยัดกว่าการบินไปยุโรปหลายเท่าตัว และการเดินทางที่สะดวกสบายขึ้นมากสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย

แม้ว่าการล่าแสงเหนือในจีนจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและดวงเป็นหลัก แต่เชื่อเถอะว่า ต่อให้วันที่คุณไปท้องฟ้าจะไม่ได้เปิดจนเห็นแสงสีเขียว ความงดงามของทะเลหิมะสีขาวบริสุทธิ์ เสน่ห์ของ Arctic Village และวัฒนธรรมชายแดนที่อบอุ่น ก็ทำให้ทริปนี้กลายเป็นหนึ่งในความทรงจำที่ดีที่สุดในชีวิตของคุณได้ไม่ยาก

และถ้าคุณเองก็อยากเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบเหนือระดับ สะดวกสบาย และปลอดภัยในทุกเส้นทางแดนมังกร ให้ Panda Holiday ดูแลได้เลย เรามีโปรแกรมท่องเที่ยวจีนสุดพรีเมียม ที่พร้อมพาคุณไปสัมผัสความมหัศจรรย์ทั่วประเทศจีนด้วยบริการสุดประทับใจ

สอบถามโปรแกรมท่องเที่ยวจีน รับจัดกรุ๊ปส่วนตัว และกรุ๊ปวีไอพี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวโม่เหอ

Q: ไปเที่ยวโม่เหอ มีโอกาสเห็นแสงเหนือในจีนมากน้อยแค่ไหน?

A: ปรากฏการณ์แสงเหนือที่เมืองโม่เหอไม่ได้เกิดขึ้นทุกวัน และคาดเดาได้ยากกว่าประเทศแถบสแกนดิเนเวีย เนื่องจากพิกัดละติจูดไม่ได้สูงเท่าขั้วโลกเหนือโดยตรง

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงตั้งเป้าหมายหลักไปเพื่อสัมผัสความหนาวสุดขั้ว ชมธรรมชาติป่าสนและหมู่บ้านอาร์กติก (Arctic Village) ส่วนการได้พบเห็นแสงเหนือจะถือว่าเป็นโบนัสก้อนใหญ่และกำไรของทริปนั้น ๆ

Q: อุณหภูมิที่เมืองโม่เหอในช่วงฤดูหนาวเฉลี่ยอยู่ที่เท่าไหร่?

A: โม่เหอถือว่าเป็นพื้นที่ที่หนาวที่สุดในประเทศจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงธันวาคม – มกราคม เป็นช่วงพีคของหน้าหนาว อุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ -20 ถึง -40 องศาเซลเซียส นักท่องเที่ยวจึงจำเป็นต้องเตรียมเสื้อกันหนาวเพื่อความปลอดภัย

Q: เที่ยวโม่เหอช่วงฤดูไหนสวยที่สุด?

A: แต่ละฤดูมีความสวยงามและให้อารมณ์แตกต่างกัน หากไปช่วงฤดูหนาว จะได้ฟีลเมืองหิมะขาวโพลนเหมือนเทพนิยาย มีกิจกรรมลากเลื่อนหิมะ และเล่นสาดน้ำร้อนให้กลายเป็นน้ำแข็ง ส่วนช่วงฤดูร้อน ป่าไม้จะเขียวขจี อากาศเย็นสบาย และได้เข้าร่วมเทศกาลหน้าร้อนเพื่อเฝ้ารอชมแสงเหนือ

Q: ไปเที่ยวโม่เหอ ต้องขอวีซ่าไหม?

A: สำหรับนักท่องเที่ยวสัญชาติไทย ปัจจุบันสามารถเดินทางเข้าประเทศจีนได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า (Visa-Free) และสามารถพำนักอยู่ท่องเที่ยวได้นานสูงสุดถึง 30 วันต่อครั้ง ทำให้การวางแผนเดินทางไปเยือนเมืองโม่เหอกลายเป็นเรื่องที่ง่าย สะดวก และประหยัดเวลาขึ้นมาก