ซากุระญี่ปุ่นมีกี่สายพันธุ์?
ประเทศญี่ปุ่นมีซากุระหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งซากุระป่า ซากุระปลูกประดับ และซากุระสายพันธุ์หายาก โดยแต่ละสายพันธุ์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว บางชนิดบานก่อนใบอ่อน บางชนิดบานพร้อมใบ บางชนิดมีดอกสีชมพูอ่อน บางชนิดมีดอกซ้อนแน่น หรือแม้แต่ซากุระสีเขียวที่พบเห็นได้ไม่บ่อย
สำหรับสายพันธุ์ที่เป็นที่รู้จักและพบได้บ่อยในญี่ปุ่น ได้แก่
- โซเมอิโยชิโนะ
- ยามะซากุระ
- ยาเอะซากุระ
- ชิดาเระซากุระ
- เกียวอิโค
1. โซเมอิโยชิโนะ ซากุระยอดนิยมที่สุดในญี่ปุ่น

โซเมอิโยชิโนะ เป็นสายพันธุ์ซากุระที่พบได้มากที่สุดในญี่ปุ่น และถือเป็นภาพจำของคำว่า “ซากุระญี่ปุ่น” สำหรับคนจำนวนมาก เมื่อพูดถึงฤดูซากุระบานในญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นมักนึกถึงสายพันธุ์นี้เป็นอันดับแรก
ดอกของโซเมอิโยชิโนะมีลักษณะเรียบง่ายและอ่อนหวาน มีกลีบดอก 5 กลีบ สีชมพูอ่อนมากจนบางครั้งดูคล้ายสีขาว ดอกจะบานเป็นช่อแน่นตามกิ่ง ทำให้เวลาบานเต็มที่จะเห็นทั้งต้นกลายเป็นสีชมพูอ่อนงดงาม
จุดเด่นสำคัญของโซเมอิโยชิโนะคือ ดอกจะบานก่อนใบอ่อน ทำให้ต้นซากุระดูเต็มไปด้วยดอกไม้ทั้งต้น เมื่อดอกเริ่มร่วงโรยแล้ว ใบอ่อนจึงค่อย ๆ แตกออกมา
ช่วงเวลาบานของโซเมอิโยชิโนะ
โดยทั่วไป โซเมอิโยชิโนะจะเริ่มบานในพื้นที่ทางใต้ของญี่ปุ่นก่อน เช่น เกาะคิวชูและชิโกกุ ประมาณช่วงปลายเดือนมีนาคม จากนั้นจึงค่อย ๆ ไล่ขึ้นมายังโตเกียว ภูมิภาคคันโต และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่นในช่วงเดือนเมษายน
อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้สายพันธุ์นี้สำคัญมาก คือการพยากรณ์ซากุระบานในญี่ปุ่นมักใช้โซเมอิโยชิโนะเป็นตัววัดหลัก ทำให้นักท่องเที่ยวที่วางแผนเที่ยวญี่ปุ่นช่วงซากุระควรรู้จักสายพันธุ์นี้ไว้เป็นอันดับแรก
2. ยามะซากุระ ซากุระป่าที่อยู่คู่ญี่ปุ่นมายาวนาน

ยามะซากุระ แปลได้ว่า “ซากุระภูเขา” เป็นซากุระป่าที่พบได้ตามภูเขาและพื้นที่ธรรมชาติในญี่ปุ่น สายพันธุ์นี้ถือเป็นหนึ่งในซากุระดั้งเดิมที่มีความผูกพันกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
ดอกของยามะซากุระมี 5 กลีบ คล้ายกับโซเมอิโยชิโนะ แต่มีสีให้เห็นหลากหลายกว่า ตั้งแต่สีขาว สีชมพูอ่อน ไปจนถึงสีชมพูเข้ม ขึ้นอยู่กับพื้นที่และลักษณะของต้น
จุดเด่นที่ทำให้ยามะซากุระแตกต่างจากโซเมอิโยชิโนะ คือดอกจะบานพร้อมกับใบอ่อน ทำให้ภาพรวมของต้นมีทั้งสีชมพูของดอกและสีเขียวหรือสีน้ำตาลแดงของใบอ่อนผสมกันอย่างเป็นธรรมชาติ
เสน่ห์ของยามะซากุระ
ยามะซากุระไม่ได้มีเสน่ห์แค่เรื่องความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นซากุระที่ปรากฏอยู่ในบทกวี วรรณกรรม และวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาตั้งแต่อดีต โดยเฉพาะบทกวีวะกะที่มักกล่าวถึงซากุระในฐานะสัญลักษณ์ของฤดูใบไม้ผลิ ความงามที่ไม่จีรัง และความละเอียดอ่อนของธรรมชาติ
สำหรับคนที่ชอบบรรยากาศธรรมชาติ ภูเขา และซากุระที่ให้ความรู้สึกดั้งเดิม ยามะซากุระเป็นสายพันธุ์ที่ไม่ควรพลาด
3. ยาเอะซากุระ ซากุระกลีบซ้อนที่ดูหรูหรา

ยาเอะซากุระ คือซากุระกลีบซ้อนที่มีลักษณะโดดเด่นและแตกต่างจากซากุระทั่วไป คำว่า “ยาเอะ” สื่อถึงความซ้อนหลายชั้นของกลีบดอก แม้ชื่อจะหมายถึง 8 ชั้น แต่ในความเป็นจริง ดอกของยาเอะซากุระอาจมีกลีบตั้งแต่ประมาณ 10 กลีบ ไปจนถึงมากกว่า 50 กลีบ
ด้วยจำนวนกลีบที่มาก ทำให้ยาเอะซากุระมีรูปทรงดอกที่ฟู แน่น และดูหรูหราเป็นพิเศษ เมื่อบานเต็มที่จึงให้ความรู้สึกอลังการกว่าสายพันธุ์ที่มีกลีบชั้นเดียว
สีของยาเอะซากุระมีความหลากหลาย ตั้งแต่สีขาว สีชมพูอ่อน ไปจนถึงสีชมพูเข้ม จึงเหมาะกับผู้ที่ชอบซากุระที่มีสีสันชัดเจนและถ่ายรูปออกมาสวย
ยาเอะซากุระบานช่วงไหน?
โดยทั่วไป ยาเอะซากุระมักบานหลังจากโซเมอิโยชิโนะเล็กน้อย ทำให้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่เดินทางไปญี่ปุ่นแล้วพลาดช่วงซากุระแรกบาน เพราะยังมีโอกาสชมยาเอะซากุระในบางพื้นที่ได้
ยาเอะซากุระยังมีอีกชื่อหนึ่งว่า ซาโตะซากุระ ซึ่งมักหมายถึงกลุ่มซากุระที่ปลูกประดับในสวนและพื้นที่ชุมชน
4. ชิดาเระซากุระ ซากุระกิ่งย้อยงดงามเหมือนน้ำตก

ชิดาเระซากุระ เป็นซากุระที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนมาก เพราะกิ่งของต้นจะห้อยยาวลงมาด้านล่าง คล้ายม่านดอกไม้หรือสายน้ำตก จึงมักถูกเรียกว่า “ซากุระกิ่งย้อย”
สายพันธุ์นี้เป็นที่นิยมมากในเกียวโต และยังถือเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของเมืองเกียวโตอีกด้วย ภาพของชิดาเระซากุระที่บานอยู่ในวัดเก่าแก่ สวนญี่ปุ่น หรือศาลเจ้า จึงเป็นหนึ่งในภาพจำที่นักท่องเที่ยวหลายคนอยากไปเห็นด้วยตาตัวเอง
จุดเด่นของชิดาเระซากุระ
สิ่งที่ทำให้ชิดาเระซากุระโดดเด่น คือกิ่งที่โน้มลงอย่างอ่อนช้อย เมื่อดอกบานเต็มที่ จะดูคล้ายม่านสีชมพูที่พลิ้วไหวตามลม บรรยากาศจึงดูโรแมนติก สงบ และมีเสน่ห์แบบญี่ปุ่นดั้งเดิม
ชิดาเระซากุระมักบานในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน และโดยทั่วไปอาจบานเร็วกว่าโซเมอิโยชิโนะประมาณหนึ่งสัปดาห์
หนึ่งในต้นชิดาเระซากุระที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ มิฮารุ ทาคิซากุระ ในจังหวัดฟุกุชิมะ ซึ่งเป็นต้นซากุระเก่าแก่อายุกว่า 1,000 ปี และได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในซากุระสำคัญของญี่ปุ่น
5. เกียวอิโค ซากุระสีเขียวหายากและมีเอกลักษณ์

เกียวอิโค เป็นซากุระที่โดดเด่นมาก เพราะมีสีของกลีบดอกเป็นสีเขียวอ่อน แตกต่างจากภาพจำของซากุระที่มักเป็นสีชมพูหรือสีขาว ทำให้สายพันธุ์นี้เป็นหนึ่งในซากุระที่น่าสนใจและหาชมได้ไม่ง่ายนัก
กลีบของเกียวอิโคมีสีเขียวอ่อน บางดอกอาจมีสีชมพูเข้มหรือสีแดงอ่อนบริเวณโคนกลีบ เมื่อดอกบานพร้อมกับใบอ่อน จึงดูกลมกลืนกับธรรมชาติอย่างนุ่มนวล
เสน่ห์ของเกียวอิโค
เกียวอิโคไม่ได้โดดเด่นด้วยความหวานแบบซากุระสีชมพู แต่มีเสน่ห์จากความเรียบง่าย แปลกตา และกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม เป็นซากุระที่เหมาะกับคนที่อยากชมความงามในมุมที่แตกต่างจากซากุระทั่วไป
หากคุณเคยชมซากุระสีชมพูมาหลายครั้งแล้ว เกียวอิโคจะทำให้เห็นอีกด้านหนึ่งของความงามแบบญี่ปุ่นที่สงบ ละเมียดละไม และไม่เหมือนใคร
5 สายพันธุ์ซากุระญี่ปุ่นยอดนิยม
ซากุระแต่ละสายพันธุ์มีเสน่ห์เฉพาะตัว หากอยากชมซากุระแบบคลาสสิก ควรเริ่มจากโซเมอิโยชิโนะ หากชอบธรรมชาติและความดั้งเดิม ยามะซากุระคือคำตอบ ส่วนผู้ที่ชอบดอกฟูแน่นสวยงาม ยาเอะซากุระน่าจะถูกใจมาก
สำหรับคนที่อยากได้ภาพสวย ๆ บรรยากาศโรแมนติก ชิดาเระซากุระเป็นสายพันธุ์ที่ไม่ควรพลาด และถ้าอยากเห็นซากุระที่แปลกตา เกียวอิโคคือซากุระสีเขียวที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร
การรู้จักสายพันธุ์ซากุระก่อนเดินทาง จะช่วยให้คุณวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นได้ดีขึ้น เลือกช่วงเวลาและสถานที่ชมซากุระได้เหมาะสม และสนุกกับฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่นมากยิ่งขึ้น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับซากุระญี่ปุ่น
Q: ซากุระญี่ปุ่นบานเดือนไหน?
A: โดยทั่วไป ซากุระญี่ปุ่นจะเริ่มบานตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน แต่ช่วงเวลาจะแตกต่างกันไปตามภูมิภาค พื้นที่ทางใต้จะบานก่อน ส่วนพื้นที่ทางเหนือ เช่น โทโฮคุและฮอกไกโด จะบานช้ากว่า
Q: ซากุระสายพันธุ์ไหนพบได้มากที่สุดในญี่ปุ่น?
โซเมอิโยชิโนะเป็นสายพันธุ์ที่พบได้มากที่สุด และมักถูกใช้เป็นตัวแทนในการพยากรณ์ซากุระบานในญี่ปุ่น
Q: ซากุระสีเขียวมีจริงไหม?
A: มีจริง โดยสายพันธุ์ที่เป็นที่รู้จักคือเกียวอิโค ซึ่งมีกลีบดอกสีเขียวอ่อน และบางครั้งมีสีชมพูบริเวณโคนกลีบ
Q: ยาเอะซากุระต่างจากซากุระทั่วไปอย่างไร?
A: ยาเอะซากุระเป็นซากุระกลีบซ้อน มีจำนวนกลีบมากกว่าซากุระทั่วไป ทำให้ดอกดูฟู แน่น และหรูหรากว่า
