เขาหวงซานอยู่ที่ไหน?

เขาหวงซาน ตั้งอยู่ในมณฑลอันฮุย (Anhui) ของประเทศจีน อยู่ในเขตภูมิอากาศมรสุมกึ่งเขตร้อนชื้น และเป็นพื้นที่ภูเขาที่มีความหลากหลายทางธรรมชาติสูง

UNESCO ระบุว่าพื้นที่มรดกโลกเขาหวงซานครอบคลุมประมาณ 16,060 เฮกตาร์ และมีเขตกันชนอีกประมาณ 49,000 เฮกตาร์ ภายในพื้นที่ประกอบด้วยยอดเขาจำนวนมาก ป่าธรรมชาติ น้ำตก ถ้ำ ทะเลสาบ และน้ำพุร้อน

ชื่อ “Huangshan” หรือ “ภูเขาเหลือง” ถูกกำหนดขึ้นตามพระราชโองการในปี ค.ศ. 747 ในสมัยราชวงศ์ถัง และมีความเชื่อมโยงกับตำนานเกี่ยวกับการแสวงหายาอายุวัฒนะ จนทำให้ภูเขาแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ที่ดึงดูดนักพรต กวี และศิลปินจีนมาหลายยุคหลายสมัย

เขาหวงซาน พื้นที่มรดกโลก

ทำไมเขาหวงซานจึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก?

หนึ่งในความพิเศษของ เขาหวงซาน ประเทศจีน คือการได้รับการยอมรับจาก UNESCO ในคุณค่าหลายด้านพร้อมกัน ทั้งด้านวัฒนธรรม ความงดงามของธรรมชาติ และความหลากหลายทางชีวภาพ

คุณค่าด้านวัฒนธรรม

ทิวทัศน์ของหวงซานมีอิทธิพลต่อศิลปะและวรรณกรรมจีนอย่างมาก โดยเฉพาะภาพเขียนภูมิทัศน์แบบ Shanshui หรือ “ภูเขาและสายน้ำ” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากยอดเขา ทะเลหมอก ต้นไม้ และก้อนหินรูปร่างแปลกตาของหวงซาน

คุณค่าด้านธรรมชาติ

ภูมิประเทศของหวงซานประกอบด้วยยอดเขาและก้อนหินแกรนิตขนาดใหญ่ ต้นสนเก่าแก่ ทะเลหมอก น้ำตก ถ้ำ ทะเลสาบ และน้ำพุร้อน ซึ่งเกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยาที่ซับซ้อนและยาวนาน

ความหลากหลายทางชีวภาพ

พื้นที่หวงซานยังเป็นแหล่งอาศัยของพืชและสัตว์หลากหลายชนิด รวมถึงพืชเฉพาะถิ่นและสิ่งมีชีวิตบางชนิดที่อยู่ในสถานะถูกคุกคาม จึงมีคุณค่าสำคัญในด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติด้วย

อ่านบทความอื่นที่น่าสนใจ:เขาฟานจิ้ง (Fanjingshan) มรดกโลก Unseen จีน ดินแดนศักดิ์สิทธิ์กลางทะเลหมอกแห่งกุ้ยโจว

ไฮไลต์เขาหวงซาน

ไฮไลต์เขาหวงซาน มีอะไรน่าเที่ยวบ้าง?

เสน่ห์ของการเที่ยวเขาหวงซาน คือธรรมชาติที่สามารถเปลี่ยนบรรยากาศได้ตลอดทั้งวัน บางช่วงอาจเห็นภูเขาตั้งตระหง่านท่ามกลางท้องฟ้าแจ่มใส ก่อนที่หมอกจะค่อย ๆ เคลื่อนตัวเข้ามาปกคลุมจนยอดเขาดูเหมือนลอยอยู่เหนือก้อนเมฆ

นี้คือไฮไลต์สำคัญที่ทำให้หวงซานแตกต่างจากภูเขาแห่งอื่น

1. ยอดเขาเหลียนหัวเฟิง (Lotus Peak) จุดสูงที่สุดของหวงซาน

เหลียนหัวเฟิง (Lianhua Peak หรือ Lotus Flower Peak) เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของหวงซาน มีความสูงประมาณ 1,864 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

UNESCO ระบุว่าในพื้นที่หวงซานมียอดเขาที่สูงกว่า 1,000 เมตรถึง 77 ยอด โดยเหลียนหัวเฟิงเป็นยอดที่สูงที่สุด

ชื่อ Lotus Peak มาจากลักษณะของยอดเขาที่ดูคล้ายดอกบัวเมื่อมองจากบางมุม และเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวหวงซาน

2. กวงหมิงติ่ง (Bright Summit) จุดชมวิวกว้างบนยอดเขา

กวงหมิงติ่ง (Guangming Ding หรือ Bright Summit) เป็นอีกหนึ่งพื้นที่สูงที่ได้รับความนิยมสำหรับชมวิวของหวงซาน

บริเวณนี้มีลักษณะเปิดโล่ง สามารถมองเห็นแนวยอดเขาหลายแห่งได้กว้าง จึงเป็นหนึ่งในจุดยอดนิยมสำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก และทะเลหมอก

สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากเห็นภาพภูเขาหวงซานแบบพาโนรามา บริเวณ Bright Summit ถือเป็นหนึ่งในจุดที่น่าสนใจมาก

3. เทียนตู่เฟิง (Celestial Capital Peak) ยอดเขารูปทรงโดดเด่น

เทียนตู่เฟิง (Tiandu Peak หรือ Celestial Capital Peak) เป็นอีกหนึ่งยอดเขาที่มีชื่อเสียงของหวงซาน ด้วยแนวหินแกรนิตที่สูงชันและทิวทัศน์อันโดดเด่น

เส้นทางขึ้นยอดเขาบางช่วงมีความชัน จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการเดินเขาและต้องการสัมผัสภูมิประเทศของหวงซานอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ การเปิดเส้นทางของยอดเขาบางแห่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อการอนุรักษ์และความปลอดภัย จึงควรตรวจสอบข้อมูลก่อนเดินทาง

4. ทะเลหมอกหวงซาน หนึ่งในภาพจำของภูเขาแห่งนี้

อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ หวงซาน มีชื่อเสียงไปทั่วโลกคือภาพของยอดเขาหินแกรนิตที่โผล่พ้นขึ้นมาเหนือทะเลหมอก

UNESCO ใช้ภาพลักษณะนี้เป็นหนึ่งในจุดเด่นของหวงซาน โดยระบุถึงยอดเขาและก้อนหินแกรนิตที่ปรากฏขึ้นท่ามกลางทะเลเมฆ ซึ่งสร้างทิวทัศน์ที่เป็นเอกลักษณ์อย่างมาก

เมื่อหมอกเคลื่อนตัวผ่านหุบเขา ยอดเขาจะดูเหมือนเกาะที่ลอยอยู่กลางทะเลสีขาว จึงเป็นหนึ่งในวิวที่นักถ่ายภาพและนักท่องเที่ยวอยากเห็นมากที่สุดเมื่อมาเยือนหวงซาน

5. สนรับแขก (Welcoming Guest Pine) สัญลักษณ์ของหวงซาน

หากพูดถึงภาพจำของเขาหวงซาน นอกจากทะเลหมอกแล้ว ยังมี สนรับแขก หรือ Yingke Pine (迎客松) ต้นสนที่เติบโตอยู่บริเวณหน้าผาและมีอายุมากกว่า 800 ปี

กิ่งของต้นสนแผ่ออกด้านหนึ่งคล้ายกับแขนที่กำลังต้อนรับผู้มาเยือน จึงได้รับชื่อว่า “สนรับแขก” และกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของหวงซาน

นอกจากนี้ ทิวทัศน์ของต้นสนเก่าแก่ที่เติบโตท่ามกลางก้อนหินแกรนิตยังเป็นหนึ่งในองค์ประกอบทางธรรมชาติที่ UNESCO กล่าวถึงเมื่ออธิบายความโดดเด่นของเขาหวงซานอีกด้วย

6. หินรูปร่างแปลกตาและ Flying-over Rock

ภูมิประเทศของหวงซานเต็มไปด้วยก้อนหินแกรนิตขนาดใหญ่ที่ผ่านกระบวนการกัดเซาะตามธรรมชาติจนเกิดเป็นรูปร่างแปลกตา

ก้อนหินหลายแห่งได้รับการตั้งชื่อตามรูปลักษณ์และจินตนาการ เช่น หินที่ดูคล้ายสัตว์ บุคคล หรือวัตถุต่าง ๆ

หนึ่งในจุดที่มีชื่อเสียงคือ Flying-over Rock หรือ Feilai Shi ก้อนหินขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในตำแหน่งโดดเด่น จนดูราวกับถูกวางลงมาจากท้องฟ้า

ลักษณะของเสาหินและก้อนหินรูปร่างแปลกตาเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของภูมิประเทศที่ UNESCO ยกให้เป็นคุณค่าทางธรรมชาติที่สำคัญของหวงซาน

7. น้ำพุร้อนและธรรมชาติของหวงซาน

นอกจากยอดเขาและทะเลหมอกแล้ว หวงซานยังมีน้ำตก ถ้ำ ทะเลสาบ และ น้ำพุร้อนธรรมชาติ กระจายอยู่ภายในพื้นที่ ซึ่งล้วนสัมพันธ์กับประวัติทางธรณีวิทยาของภูเขาแห่งนี้

จึงทำให้การเที่ยวหวงซานไม่ได้มีเพียงกิจกรรมเดินเขาและชมวิว แต่ยังสามารถสัมผัสธรรมชาติในรูปแบบที่หลากหลายได้อีกด้วย

เขาหวงซานกับวัฒนธรรมและศิลปะจีน

เขาหวงซานกับวัฒนธรรมและศิลปะจีน

หวงซานมีความสัมพันธ์กับวัฒนธรรมจีนอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง เมื่อภูเขาแห่งนี้เริ่มกลายเป็นจุดหมายของนักพรต กวี และศิลปิน

ต่อมาในสมัยราชวงศ์หมิง ทิวทัศน์ของภูเขาหวงซานกลายเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจสำคัญของงานจิตรกรรมภูมิทัศน์จีนแบบ Shanshui ซึ่งเน้นการถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่างภูเขา สายน้ำ ธรรมชาติ และมนุษย์

นอกจากนี้ บริเวณภูเขายังเคยมีวัดและสถานที่ทางศาสนาจำนวนมาก โดย UNESCO ระบุว่าในสมัยราชวงศ์หยวนมีการสร้างวัดบนหวงซานถึง 64 แห่ง และปัจจุบันยังคงพบร่องรอยของวัดเก่า ศิลาจารึก และเส้นทางประวัติศาสตร์อยู่ภายในพื้นที่

ด้วยเหตุนี้ การเที่ยวเขาหวงซานจึงไม่ใช่เพียงการชมธรรมชาติ แต่ยังเป็นการสัมผัสอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญในประวัติศาสตร์ศิลปะและวัฒนธรรมจีน

ชาหวงซานเหมาเฟิง ของขึ้นชื่อจากมณฑลอันฮุย

ชาหวงซานเหมาเฟิง ของขึ้นชื่อจากมณฑลอันฮุย

อีกหนึ่งสิ่งที่มีชื่อเสียงในพื้นที่หวงซานคือ ชาหวงซานเหมาเฟิง (Huangshan Maofeng Tea) ชาเขียวที่ผลิตในพื้นที่เมืองหวงซาน มณฑลอันฮุย

ข้อมูลจากหน่วยงานทรัพย์สินทางปัญญาของจีนระบุว่า Huangshan Maofeng เป็นชาที่ผลิตจากสายพันธุ์ชาท้องถิ่นในพื้นที่หวงซาน ซึ่งมีภูมิประเทศและภูมิอากาศแบบชื้น มีฝนและหมอกจำนวนมาก เหมาะกับการปลูกชา

หากเดินทางเที่ยวหวงซานและสนใจวัฒนธรรมชา การลองชิม Huangshan Maofeng จึงเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าสนใจ

เที่ยวเขาหวงซานเดือนไหนดี

เที่ยวเขาหวงซานเดือนไหนดี?

เขาหวงซานสามารถเที่ยวได้หลายฤดู และแต่ละช่วงจะให้บรรยากาศที่แตกต่างกัน

  • ฤดูใบไม้ผลิ ธรรมชาติกลับมาเขียวชอุ่ม อากาศเริ่มอุ่นขึ้น และมีหมอกปกคลุมภูเขาเป็นระยะ เหมาะกับการชมธรรมชาติและเดินเขา
  • ฤดูร้อน เป็นช่วงที่ภูเขาเขียวชอุ่มและอุณหภูมิบนยอดเขามักเย็นกว่าพื้นที่ด้านล่าง แต่เป็นช่วงที่มีฝนและความชื้นสูง จึงควรเตรียมเสื้อกันฝนและรองเท้าที่เหมาะกับพื้นเปียก
  • ฤดูใบไม้ร่วง เป็นอีกหนึ่งช่วงที่ได้รับความนิยม เนื่องจากอากาศเย็นลง ท้องฟ้ามีโอกาสเปิด และธรรมชาติเริ่มเปลี่ยนสี เหมาะกับการถ่ายภาพวิวภูเขา
  • ฤดูหนาว หวงซานในฤดูหนาวมีเสน่ห์อีกแบบจากหิมะ น้ำค้างแข็ง ทะเลหมอก และต้นสนที่ปกคลุมด้วยสีขาว แต่ควรเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวและตรวจสอบสภาพเส้นทางก่อนเดินทาง
เขาหวงซานหน้าหนาว

ที่เที่ยวใกล้เขาหวงซาน มีที่ไหนน่าสนใจบ้าง?

หากมีเวลาเที่ยวหลายวัน ไม่ควรเที่ยวเฉพาะตัวภูเขาหวงซาน เพราะบริเวณรอบเมืองหวงซานยังเต็มไปด้วยหมู่บ้านโบราณและสถาปัตยกรรมแบบฮุยโจวที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์

หมู่บ้านหงชุน (Hongcun)

Hongcun เป็นหมู่บ้านโบราณที่มีชื่อเสียงเรื่องอาคารแบบอันฮุยหรือสถาปัตยกรรมฮุยโจว ตรอกโบราณ ระบบน้ำ และสระน้ำรูปพระจันทร์ที่ตั้งอยู่กลางหมู่บ้าน

Hongcun ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกร่วมกับ Xidi ในปี 2000 และได้รับการยอมรับจาก UNESCO ในด้านการอนุรักษ์รูปแบบหมู่บ้าน อาคาร ถนน และระบบน้ำแบบดั้งเดิม

หมู่บ้านซีตี้ (Xidi)

Xidi เป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านโบราณสำคัญของมณฑลอันฮุย โดดเด่นด้วยบ้านโบราณ ซอยเล็ก ๆ และสถาปัตยกรรมแบบฮุยโจว

ทั้ง Xidi และ Hongcun ยังคงรักษาลักษณะของหมู่บ้านจีนแบบดั้งเดิมตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 14–20 ไว้ได้อย่างโดดเด่น และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 2000

เมืองโบราณฮุยโจว (Huizhou Ancient City)

เมืองโบราณฮุยโจวเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่น มีทั้งถนนโบราณ อาคารแบบฮุยโจว ซุ้มประตู และชุมชนเก่าแก่

ปัจจุบัน Huizhou Ancient City รวมถึง Chengkan, Tangmo, Qiankou Ancient Residences และ Tangyue Archway Complex เป็นกลุ่มสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมสำคัญในพื้นที่เมืองหวงซาน

หมู่บ้านเฉิงข่าน (Chengkan)

Chengkan เป็นหมู่บ้านโบราณที่มีชื่อเสียงด้านสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมฮุยโจว ภายในยังคงมีอาคารและมรดกทางประวัติศาสตร์จำนวนมาก จึงเหมาะกับนักเดินทางที่อยากสัมผัสจีนในมุมของหมู่บ้านโบราณมากขึ้น

เขาหวงซานหน้าหนาว ชมหิมะ

เขาหวงซาน มรดกโลกจีนที่สายธรรมชาติควรไปสักครั้ง

เขาหวงซาน (Huangshan) เป็นมากกว่าภูเขาสวย ๆ แห่งหนึ่งของจีน เพราะที่นี่คือพื้นที่ที่ธรรมชาติ ศิลปะ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมจีนเชื่อมโยงเข้าด้วยกันอย่างชัดเจน

ภาพของต้นสนที่เติบโตบนหน้าผา ยอดเขาหินแกรนิตที่โผล่ขึ้นเหนือทะเลหมอก ก้อนหินรูปร่างแปลกตา ตลอดจนหมู่บ้านโบราณและวัฒนธรรมฮุยโจวที่อยู่โดยรอบ ทำให้การ เที่ยวหวงซาน สามารถสัมผัสจีนได้หลากหลายมิติภายในทริปเดียว

สำหรับใครที่ชื่นชอบเที่ยวจีนธรรมชาติ เที่ยวภูเขา ชมทะเลหมอก ถ่ายภาพ หรือเที่ยวเมืองมรดกโลกจีน หวงซานถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ควรเพิ่มไว้ในลิสต์

สอบถามโปรแกรมท่องเที่ยวจีน รับจัดกรุ๊ปส่วนตัว และกรุ๊ปวีไอพี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเขาหวงซาน

Q: เที่ยวเขาหวงซานต้องเดินเยอะไหม?

A: ค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะหากต้องการเที่ยวหลายจุดบนยอดเขา เพราะเส้นทางส่วนใหญ่เป็นทางเดินขึ้น-ลงและบันไดจำนวนมาก แต่สามารถลดระยะการเดินได้ด้วยการใช้กระเช้าขึ้นเขา แล้วเลือกเที่ยวเฉพาะจุดชมวิวสำคัญ หากไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ แนะนำวางแผนเส้นทางให้เหมาะกับสภาพร่างกายและเผื่อเวลาพักระหว่างทาง

Q: เขาหวงซานมีกระเช้าขึ้นเขาหรือไม่?

A: มี เขาหวงซานมีกระเช้าหลายเส้นทางที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปยังพื้นที่ด้านบนได้สะดวกขึ้น จึงไม่จำเป็นต้องเดินขึ้นภูเขาตลอดเส้นทาง อย่างไรก็ตาม เมื่อขึ้นถึงด้านบนแล้ว ยังต้องเดินและขึ้น-ลงบันไดเพื่อไปยังจุดชมวิวต่าง ๆ ดังนั้นควรสวมรองเท้าที่เดินสบายและเหมาะกับเส้นทางภูเขา

Q: เที่ยวหวงซาน 1 วันเพียงพอไหม?

A: สามารถเที่ยวแบบ 1 วันได้ หากมีเวลาจำกัดและเน้นเฉพาะจุดสำคัญ โดยใช้กระเช้าช่วยประหยัดเวลา แต่หากต้องการเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ ชมพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก หรือมีโอกาสชมทะเลหมอกหลายช่วงเวลา แนะนำพักค้างคืนบนเขา 1 คืน จะทำให้เที่ยวได้เต็มอิ่มมากกว่า

Q: คนสูงอายุสามารถเที่ยวเขาหวงซานได้ไหม?

A: สามารถเที่ยวได้ แต่ควรพิจารณาสุขภาพและความสามารถในการเดินของแต่ละคน เนื่องจากแม้จะมีกระเช้า แต่เส้นทางบนภูเขายังมีบันได ทางลาด และการเดินค่อนข้างมาก ผู้สูงอายุที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวเข่า หัวใจ หรือระบบทางเดินหายใจ ควรเลือกเส้นทางที่เดินน้อย พักเป็นระยะ และไม่ฝืนร่างกาย

Q: ทะเลหมอกหวงซานสามารถเห็นได้ทุกวันหรือไม่?

A: ไม่สามารถเห็นได้ทุกวัน เพราะการเกิดทะเลหมอกขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ความชื้น อุณหภูมิ และลมในแต่ละช่วงเวลา บางวันอาจมีหมอกหนาปกคลุมจนมองไม่เห็นวิว ขณะที่บางวันจะเห็นยอดเขาโผล่พ้นเหนือทะเลหมอกอย่างสวยงาม ดังนั้นการพักค้างคืนบนเขาจะช่วยเพิ่มโอกาสได้เห็นสภาพอากาศหลายแบบมากกว่าการเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ