เตรียมพร้อมก่อนเดินทาง! เที่ยวมองโกเลียในเดือนไหนดีที่สุด

หลายคนอยากรู้ว่าจะไปเที่ยวมองโกเลียในเดือนไหนดี เพราะอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืนของอากาศมองโกเลียในจะแตกต่างกันค่อนข้างมาก รวมถึงมีฤดูหนาวที่ยาวนานและหนาวจัดจนติดลบ การเลือกว่าจะไปเที่ยวมองโกเลียใน ในแต่ละเดือนจึงส่งผลต่อรูปแบบการท่องเที่ยวโดยตรง

แพนด้าขอแนะนำช่วงเวลาที่พีคและสวยงามที่สุด นั่นก็คือ เดือนมิถุนายน – สิงหาคม เพราะอากาศมองโกเลียในช่วงนี้จะเย็นสบาย เฉลี่ยอยู่ที่ 15-25 องศาเซลเซียส ผืนทุ่งหญ้าจะเขียวขจีหนานุ่มและมีดอกไม้ป่าบานสะพรั่ง เหมาะแก่การนอนกระโจมและทำกิจกรรมกลางแจ้ง

และสำหรับใครที่ชอบลมหนาวและวิวใบไม้เปลี่ยนสีสลับทุ่งหญ้าสีทอง แพนด้าขอแนะนำเป็นช่วงกันยายน – ตุลาคม ส่วนหน้าหนาวช่วงกันยายน – เมษายน อากาศที่มองโกเลียในจะหนาวจัดและมีหิมะปกคลุมหนาแน่น

นอกจากนี้ที่เที่ยวแต่ละจุดของมองโกเลียในนั้นอยู่ห่างกัน แถมขนส่งสาธารณะเองก็เข้าถึงทุ่งหญ้าหรือทะเลทรายค่อนข้างยาก ถ้านั่งรถไฟหรือบัสเองอาจจะเหนื่อยหน่อย นักท่องเที่ยวชาวไทยส่วนใหญ่เลยนิยมจองเป็น ทัวร์มองโกเลียใน ที่มีรถรับส่งถึงที่ ได้นอนกระโจมชิล ๆ แถมมีไกด์คอยดูแลเคลียร์เรื่องภาษาให้ตลอดทริปด้วย รับรองสบายใจกว่ากันเยอะครับ

อ่านบทความที่น่าสนใจ: เที่ยวมองโกเลียใน (Inner Mongolia) ดินแดนทุ่งหญ้าและวัฒนธรรมมองโกลของจีน

พอรู้ช่วงเวลาที่น่าไปและสภาพอากาศกันแล้ว คราวนี้ก็ได้เวลามาวางแพลนเที่ยวกัน แพนด้าคัดมาให้เน้น ๆ กับ 20 ที่เที่ยวมองโกเลียใน ครบทั้งทุ่งหญ้า ทะเลทราย และวัฒนธรรมสุด Unseen ถ้าพร้อมแล้วเตรียมปักหมุดแล้วลุยไปพร้อมกันได้เลยครับ

โฮฮอต เมืองหลวงมองโกเลียใน

1. เมืองโฮฮอต เมืองหลวงมองโกเลียใน (Hohhot)

เมืองโฮฮอต เมืองหลวงและศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการคมนาคมหลักของภูมิภาค สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แถมมีระบบรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อตรงมาจากปักกิ่งด้วย

สามารถเดินเที่ยวชมโบราณสถานสำคัญในเมือง อย่างวัดต้าเจา (Dazhao Temple) วัดพุทธนิกายทิเบตที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง เดินชมเจดีย์ห้าพุทธยอด หรือช้อปปิ้งชิมของอร่อยบนถนนโบราณที่ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมย้อนยุคได้เลย

พิกัด : Hohhot

2. ตลาดพื้นเมืองมองโกเลียใน

แหล่งรวมวิถีชีวิตของกินของใช้ในเมืองใหญ่ที่มีสินค้าท้องถิ่นแปลกตามากมาย ทั้งเครื่องหัตถกรรมหนังวัว มีดพกมองโกลแกะสลัก หมวกขนสัตว์ และเครื่องเงินดีไซน์โบราณอันเป็นเอกลักษณ์

นอกจากนี้ยังเป็นสวรรค์ของนักชิมที่จะได้ลิ้มลองเนื้อแพะย่างออร์แกนิกหอมกรุ่น ผลิตภัณฑ์ชีสนมม้าแห้งหลากรสชาติ และผลไม้สดหวานฉ่ำตามฤดูกาลที่ส่งตรงมาจากสวนรอบ ๆ เมือง ในราคาพื้นเมืองที่น่ารักเป็นกันเอง

พิพิธภัณฑ์มองโกเลียใน

3. พิพิธภัณฑ์มองโกเลียใน (Inner Mongolia Museum)

พิพิธภัณฑ์มองโกเลียใน ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโฮฮอต บนถนนซินหัวตะวันออก เป็นจุดเช็กอินทางวัฒนธรรมเพื่อเติมเต็มความรู้ก่อนออกเดินทางไปท่องทุ่งหญ้าครับ ภายในจัดแสดงนิทรรศการประวัติศาสตร์และวัตถุโบราณที่ขุดค้นพบในแถบนี้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ มีห้องจัดแสดงฟอสซิลไดโนเสาร์และสัตว์ดึกดำบรรพ์ขนาดเท่าตัวจริงจากทะเลทรายโกบี รวมถึงโซนจัดแสดงเครื่องแต่งกาย อาวุธโบราณ โลงศพ และเครื่องมือเครื่องใช้ของชนเผ่าเร่ร่อนในอดีต ถือเป็นสถานที่เที่ยวมองโกเลียในที่ช่วยให้เข้าใจเรื่องราวของแผ่นดินนี้ได้อย่างลึกซึ้งในที่เดียว

ที่นี่เปิดให้เข้าชมฟรี แต่มีค่าบริการไกด์ 20 หยวน/ห้องจัดแสดง เปิดให้บริการวันอังคาร – วันอาทิตย์ (ปิดวันจันทร์) ตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น.

พิกัด : Inner Mongolia Museum

ทุ่งหญ้าซีลามู่เหริน

4. ทุ่งหญ้าซีลามู่เหริน (Xilamuren Grassland)

เมื่อเดินทางออกจากเมืองหลวงขึ้นไปทางเหนือ พิกัดทุ่งหญ้าแห่งแรกที่เราจะได้สัมผัสคือ ทุ่งหญ้าซีลามู่เหรินทุ่งหญ้ากึ่งทะเลทรายที่มีชื่อเสียงโด่งดังในประวัติศาสตร์ อยู่ใกล้เมืองหลวงโฮฮอต บรรยากาศโดยรอบเป็นเนินเขาเตี้ยและต้นหญ้ากว้างไกล ช่วงที่สวยที่สุดคือเดือนมิถุนายน – สิงหาคมต้นหญ้าจะโตเต็มที่และมีอากาศที่เย็นสบายเฉลี่ย 18-25 องศาเซลเซียส

กิจกรรมที่ห้ามพลาดคือชมกีฬามวยปล้ำมองโกลและการแข่งขันควบม้า ยิงธนูโบราณ และร่วมรอบกองไฟกับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก พร้อมการลิ้มลองเมนูแกะหันย่างรสเลิศท่ามกลางลมหนาว

พิกัด : Xilamuren Grassland

ค่ายกระโจมมองโกเลีย

5. ค่ายกระโจมมองโกเลีย (Yurt Camp)

ค่ายกระโจมมองโกเลีย หรือที่ชาวท้องถิ่นเรียกว่า “เกอร์” ค้างคืนท่ามกลางธรรมชาติบนทุ่งหญ้าซีลามู่เหริน โดยค่ายกระโจมจะเปิดให้บริการเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวหลัก ซึ่งเป็นช่วงเดือนพฤษภาคม – ตุลาคม ของทุกปี อัตราค่าที่พักราคาแตกต่างกันไป

6. โชว์วัฒนธรรมชนเผ่ามองโกล

โชว์วัฒนธรรมชนเผ่ามองโกล เป็นกิจกรรมความบันเทิงยามค่ำคืน ศิลปะการแสดงแสงสีเสียงและดนตรีสดสุดอลังการ ที่บอกเล่าตำนานความรัก ความกล้าหาญ และวิถีชีวิตการทำศึกสงครามของชาวมองโกลในอดีต การแสดงมักเปิดให้ชมในช่วงเย็นของฤดูกาลท่องเที่ยว (มิถุนายน – ตุลาคม)

มีการแสดง Khoomei ซึ่งเป็นการขับร้องเพลงโดยใช้เทคนิคพิเศษจากช่องคอ ทำให้เกิดเสียงสองโทนเสียงพร้อมกัน ผสานเข้ากับท่วงทำนองของซอหัวม้า หรือ หม่าโถวฉิน และการเต้นรำสะบัดชายผ้าที่จะทำให้ผู้ชมเข้าถึงจิตวิญญาณของชาวชนเผ่าเร่ร่อนได้อย่างลึกซึ้ง

ขี่ม้ากลางทุ่งหญ้าที่มองโกเลียใน

7. จุดขี่ม้าชมทุ่งหญ้า

จุดขี่ม้าชมทุ่งหญ้า เป็นกิจกรรมไฮไลต์ในช่วงกลางวันบนทุ่งหญ้าซีลามู่เหริน เนื่องจากม้าเปรียบเสมือนจิตวิญญาณและพาหนะคู่ใจของชาวมองโกลมาตั้งแต่อดีต การขี่ม้าสายพันธุ์มองโกลที่ขึ้นชื่อเรื่องความปราดเปรียวและอดทนลัดเลาะไปตามเนินหญ้ากว้าง

สำหรับผู้เริ่มต้น เจ้าหน้าที่จะคอยจูงม้าให้เดินไปตามเส้นทางธรรมชาติอย่างช้าๆ ให้คุณได้นั่งชมทัศนียภาพและถ่ายรูปสวย ๆ บนหลังม้า ส่วนนักท่องเที่ยวที่มีทักษะการขี่ม้าอยู่แล้ว สามารถเลือกปล่อยม้าให้วิ่งเหยาะ ๆ เองได้เลย

ชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่ทุ่งหญ้าซีลามู่เหริน

8. จุดชมวิวทุ่งหญ้ามองโกเลียในแบบพาโนรามา

จุดชมวิวทุ่งหญ้ามองโกเลียในแบบพาโนรามา เป็นพิกัดเนินเขาสูงธรรมชาติที่ตั้งอยู่ระหว่างทางในการสำรวจทุ่งหญ้าซีลามู่เหริน เส้นขอบฟ้าโค้งมนรับกับผืนหญ้าสีเขียวจัดไกลสุดลูกหูลูกตาโดยไม่มีสิ่งปลูกสร้างใด ๆ มาบดบังสายตา

นักเดินทางส่วนใหญ่เมื่อขึ้นจุดนี้ก็มักจะยืนนิ่ง ๆ ปล่อยใจไปกับสายลมแรงที่พัดผ่านยอดหญ้า ดื่มด่ำความเงียบสงบ และเฝ้ามองฝูงแกะและฝูงม้าที่กำลังเล็มหญ้าอยู่ไกลออกไปจนดูเหมือนจุดสีขาวเล็ก ๆ บนพรมสีเขียวผืนยักษ์ เป็นพิกัดที่สายถ่ายภาพแลนด์สเคป และผู้ที่ต้องการรีเซตพลังใจห้ามพลาดเลยครับ

9. ถนนสายทุ่งหญ้ามองโกเลียใน

ระหว่างทางขากลับผ่านใจกลางทุ่งหญ้าซีลามู่เหริน วิวสองข้างทางจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ทุ่งหญ้าจะเขียวขจีงดงามที่สุดในเดือนมิถุนายน – สิงหาคม และเปลี่ยนเป็นสีส้มทองอบอุ่นในเดือนกันยายน สามารถจอดรถลงไปยืนถ่ายภาพคู่กับถนนเส้นตรงยาวที่ทอดยาวหายไปในเส้นขอบฟ้า หรือถ่ายภาพฝูงวัวฝูงแกะที่กำลังเดินข้ามถนนอย่างสโลว์ไลฟ์ก็ให้ฟีลไปอีกแบบครับ

ทะเลสาบฮาซู่ไห่

10. ทะเลสาบฮาซู่ไห่

ทะเลสาบน้ำจืดทางธรรมชาติที่หลงเหลือมาจากเส้นทางเก่าก่อนการเปลี่ยนทิศของแม่น้ำฮวงโห (Yellow River) ซึ่งได้รับฉายาว่าเป็นทะเลสาบตะวันตกแห่งแดนเหนือ (West Lake of the North) ผืนน้ำใสกว้างใหญ่ ตัดกับแนวดงต้นอ้อและกอพืชน้ำที่ขึ้นสลับไปมา โดยมีเรือลำน้อยลอยละล่องอย่างอบอุ่น บรรยากาศโดยรอบให้ความรู้สึกงดงามและเรียบง่ายราวกับภาพวาดพู่กันจีนอันอ่อนช้อย สามารถเดินทางมาพักผ่อนชมธรรมชาติได้ตลอดทั้งปี

พิกัด : Hasuhai Lake

คังปาสือ เมืองออร์ดอส

11. เมืองออร์ดอส (Ordos City)

หลังจากขับรถลงใต้ข้ามแม่น้ำเหลืองมาแล้ว เราจะเข้าสู่ เมืองออร์ดอส เป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวฝั่งใต้ที่พลิกโฉมจากอดีต สู่มหานครเมืองใหม่สุดล้ำสมัยที่ได้รับการวางผังเมืองและงานสถาปัตยกรรมระดับสากล อดีตเคยเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ดูแลสุสานของเจงกิสข่าน แต่ปัจจุบันเมืองที่โอบล้อมด้วยแม่น้ำฮวงโหแห่งนี้ ได้กลายเป็นเมืองท่ามกลางทะเลทรายที่มั่งคั่งและทันสมัย โดดเด่นด้วยตึกสูงระฟ้าดีไซน์แปลกตาและสะอาดสะอ้าน

ไฮไลต์ห้ามพลาดคือการไปเยือน เขตใหม่คังปาสือ (Kangbashi New Area) เมืองใหม่สถาปัตยกรรมสุดล้ำยุค มีจุดเช็กอินยอดฮิตที่มีทั้งจัตุรัสเจงกิสข่าน อาคารห้องสมุดรูปทรงหนังสือโบราณ และพิพิธภัณฑ์ศิลปะ เหมาะสำหรับการมาเดินเล่น ถ่ายรูปมุมตึกชิค ๆ และแวะพักผ่อนในคาเฟ่หลังจบทริปทุ่งหญ้าที่มองโกเลียในครับ

พิกัด : Ordos City

สุสานเจงกิสข่าน

12. สุสานเจงกิสข่าน (Mausoleum of Genghis Khan)

สุสานเจงกิสข่าน อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์และศูนย์รวมจิตใจของชาวมองโกล ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าสนในเมืองออร์ดอส โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมทรงกระโจมมองโกลขนาดใหญ่ 3 หลัง หลังคาสีน้ำเงินทองเชื่อมต่อกันอย่างสง่างาม แม้ร่างจริงของพระองค์จะถูกฝังไว้ในสถานที่ลับตามตำนาน แต่ที่นี่คือสถานที่เก็บรักษาสิ่งของเครื่องใช้จริงและเป็นจุดประกอบพิธีกรรมเซ่นไหว้ศักดิ์สิทธิ์ที่สืบทอดกันมานานหลายร้อยปี

ภายในประดิษฐานรูปปั้นเจงกิสข่านขนาดใหญ่ ภาพวาดฝาผนัง พร้อมจัดแสดงอาวุธที่เจงกิสข่านเคยใช้ รอบ ๆ บริเวณยังมีประติมากรรมกองทัพเหล็ก กระโจมทอง และพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์มองโกเลียอีกด้วย

เวลาเปิด – ปิด

  • ช่วงไฮซีซัน 20 เม.ย. – 10 ต.ค. (07.30 – 18.30 น.)
  • ช่วงโลว์ซีซัน 11 ต.ค. – 19 เม.ย. (08.00 – 17.30 น.)

ค่าเข้าชม

  • ช่วงไฮซีซัน 170 หยวน
  • ช่วงโลว์ซีซัน 150 หยวน

พิกัด : Mausoleum of Genghis Khan

13. หมู่บ้านวัฒนธรรมมองโกล

หมู่บ้านวัฒนธรรมมองโกลเป็นที่เที่ยวมองโกเลียในที่รวบรวมเอาวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ และศิลปวัฒนธรรมของชาวชนเผ่าเร่ร่อนมองโกลมารวมไว้ที่เดียว ทั้งได้เดินสำรวจบ้านเรือนดั้งเดิม ชมสาธิตวิธีการทอผ้าขนสัตว์ และการทำเครื่องมือเครื่องใช้จากหนังสัตว์ โดยมีกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมมากมาย ตั้งแต่การทดลองฝึกยิงธนูโบราณ การแต่งกายด้วยชุดประจำชาติมองโกลที่มีเครื่องประดับศีรษะและลวดลายสีสันสดใสเพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ไปจนถึงการเรียนรู้วิธีการต้มชานมสไตล์มองโกลแท้ ๆ ที่ผสมเกลือและเนยจนได้รสชาติเข้มข้นมันเค็มเป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร

ทุ่งหญ้าออร์ดอส ที่เที่ยวมองโกเลียใน

14. ทุ่งหญ้าออร์ดอส (Ordos Grassland)

ทุ่งหญ้าออร์ดอส เป็นที่เที่ยวมองโกเลียในที่ขึ้นชื่อเรื่องความสมบูรณ์ และยังเป็นจุดจัดเทศกาลนาคัม (Naadam Festival) ที่ยิ่งใหญ่สุด ๆ ถ้าได้มาที่ทุ่งหญ้าออร์ดอสแล้วได้มองจากมุมสูง จะเห็นกระโจมกว่า 399 หลัง เรียงตัวกันเป็นรูปนกอินทรีสยายปีกด้วยนะ

ทุ่งหญ้าออร์ดอสในช่วงกรกฎาคม – สิงหาคม จะมีสีเขียวขจีและดอกไม้บาน ส่วนในช่วงกันยายน – ตุลาคม ทุ่งหญ้าจะเปลี่ยนเป็นสีทองแทน มีค่าเข้าชม80 หยวน และเวลาเปิด – ปิด ดังนี้

  • เมษายน – ตุลาคม (08.00 – 23.00 น.)
  • พฤษจิกายน – มีนาคม (08.00 – 19.00 น.)

นอกจากจะได้ชมวิวพาโนรามาแล้ว ยังมีกิจกรรมให้ทำอีกเพียบ ทั้งขี่ม้า ยิงธนู สกีหญ้า และปาร์ตี้รอบกองไฟยามค่ำคืน แถมยังมีไฮไลต์เด็ดคือการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากชาวมองโกลด้วยการดื่มเหล้าม้าและรับผ้าฮาต๋าสีฟ้า สัญลักษณ์ของการต้อนรับด้วยความยินดี บอกเลยว่าสายลุย สายถ่ายรูปที่อยากเห็นทุ่งหญ้ากว้างราบเรียบไปกับเส้นขอบฟ้าต้องมาที่นี่เลยครับ

พิกัด : Ordos Grassland

แม่น้ำเหลืองช่วงมองโกเลียใน

15. แม่น้ำเหลืองช่วงมองโกเลียใน (Yellow River Grand Canyon)

จุดชมวิว แม่น้ำเหลืองช่วงมองโกเลียใน หรือบริเวณหุบเขาแกรนด์แคนยอนแม่น้ำเหลือง กระแสน้ำกัดเซาะแผ่นดินและหินผามานานนับพันปีจนกลายเป็นหุบเขาสูงชันและสง่างาม จนเกิดเป็นโค้งน้ำขนาดใหญ่โอบล้อมขุนเขาและหมู่บ้านโบราณ มีบริการล่องเรือเร็วสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสความยิ่งใหญ่ของหุบเขาและกระแสน้ำอย่างใกล้ชิดจากด้านล่าง ให้ความรู้สึกตื่นตาตื่นใจไปอีกแบบครับ

พิกัด : Yellow River Grand Canyon

ทะเลทรายเสี่ยงซาวาน ทะเลทรายร้องเพลงได้

16. ทะเลทรายเสี่ยงซาวาน (Xiangshawan Desert)

ทะเลทรายเสี่ยงซาวาน เป็นหนึ่งในสถานที่เที่ยวมองโกเลียในระดับ 5A ที่ตั้งอยู่ในเมืองออร์ดอส ไฮไลต์คือเมื่อกระแสลมพัดผ่าน สันทราย จะเสียดสีกันจนเกิดเสียงหวีดกังวานคล้ายเสียงดนตรี จนได้ชื่อว่าเป็น “ทะเลทรายร้องเพลง”นั่นเอง

ที่นี่มีการแบ่งพื้นที่ทำกิจกรรมออกเป็นเกาะต่าง ๆ อย่างชัดเจน เช่น เกาะอูฐและเกาะทราย พร้อมที่พักกลางผืนทราย โดยช่วงเวลาที่เที่ยวสบายที่สุดคือเดือนพฤษภาคม – ตุลาคม ซึ่งอากาศไม่หนาวจัดจนเกินไป

สำหรับสายแอดเวนเจอร์บอกเลยว่าจัดเต็มมาก เพราะมีกิจกรรมให้สนุกเพียบ ทั้งนั่งกระเช้าลอยฟ้าชมวิวผืนทราย ขี่อูฐท่องทะเลทรายเป็นทิวแถว นั่งรถ ขับเคลื่อนสี่ล้อ/ATV ตะลุยดริฟต์ตามเนินทราย และสไลเดอร์ทรายลงมาจากเนินสูงชัน รับรองว่าทั้งตื่นเต้นและมอบความทรงจำที่ยอดเยี่ยมให้กับทุกคนแน่นอนครับ

พิกัด : Xiangshawan Desert

17. เนินทรายเสี่ยงซาวานยามพระอาทิตย์ตก

ช่วงเวลาที่โรแมนติกที่สุดในทริปทะเลทรายคือการได้นั่งรอชมแสงสุดท้ายของวันที่เนินทรายเสี่ยงซาวาน เมื่อดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลง ผืนทรายสีเหลืองนวลจะค่อย ๆ เปลี่ยนเฉดสีเป็นสีทองเข้ม สีส้มอิฐ และสีแดงเพลิง เงาของสันทรายที่ทอดยาวสลับไปมาสร้างมิติและลวดลายเส้นสายที่สวยงาม เหมาะแก่การมานั่งนิ่ง ๆ ปล่อยใจไปกับบรรยากาศอันเงียบสงบก่อนที่ความมืดมิดจะคืบคลานเข้ามา เป็นไฮไลต์ของการถ่ายภาพ Silhouette ที่ต้องลองมาดูครับ

18. จุดชมวิวทะเลดาวกลางทะเลทราย

ด้วยความที่ทะเลทรายในมองโกเลียในอยู่ห่างไกลจากแสงเมืองใหญ่ ยามค่ำคืนที่นี่จึงกลายเป็น จุดชมวิวทะเลดาวกลางทะเลทราย ที่ฟ้าเปิดจนเห็นดวงดาวนับล้านดวงและเส้นทางช้างเผือกส่องประกายระยับเต็มท้องฟ้าได้อย่างชัดเจนด้วยตาเปล่า พิกัดที่ดีที่สุดคือตามสันทรายมืด ๆ หรือจะไปจอยกิจกรรมดูดาวที่ Fusha Island Resort ก็ดีไม่แพ้กัน

แถมถ้ามาช่วงหน้าหนาว จะมีโอกาสได้เห็นดาวซิริอุสที่สว่างที่สุด และกลุ่มดาวนายพรานได้แบบเต็มตา ได้นอนรับลมหนาวแหงนมองอวกาศอันกว้างใหญ่ บอกเลยว่าโรแมนติกต่อใจและตื่นตาตื่นใจที่สุดในทริปแน่นอน

ทุ่งหญ้าฮุยเถิงซีเล่อ

19. ทุ่งหญ้าฮุยเถิงซีเล่อ (Huitengxile Grassland)

ทุ่งหญ้าฮุยเถิงซีเล่อ หนึ่งในทุ่งหญ้าบนที่ราบสูงที่ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลมากกว่า 2,100 เมตร ทำให้อากาศที่นี่เย็นสบายตลอดทั้งปีทุ่งหญ้าฮุยเถิงซีเล่อจะต่างจากทุ่งอื่นตรงที่ เป็นจุดติดตั้ง กังหันลมผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่จำนวนนับพันต้นตั้งเรียงรายยาวสุดสายตา

ด้วยความลงตัวระหว่างเทคโนโลยีรักษ์โลกขนาดใหญ่และทุ่งดอกไม้ป่าสีสดใส ทำให้ฮุยเถิงซีเล่อกลายเป็นสวรรค์ของช่างภาพ กิจกรรมยอดนิยมคือการเดินเทรคกิ้งชมทัศนียภาพตามจุดชมวิวต่าง ๆ การนั่งรถม้าโบราณเที่ยวชมรอบทุ่งหญ้า และการแวะถ่ายภาพมุมสูงที่มีฉากหลังเป็นกังหันลมยักษ์ตัดกับทุ่งหญ้าและท้องฟ้าสีครามเข้ม เป็นภาพที่สวยงามและดูมีพลังมากครับ

พิกัด : Huitengxile Grassland

20. อุทยานภูเขาไฟอูลันฮาตา (Ulan Hada Volcano Geopark)

อุทยานภูเขาไฟอูลันฮาตา ที่เที่ยวมองโกเลียในแนวไซไฟที่กำลังฮิตในโซเชียล จนได้รับฉายาว่า “พิพิธภัณฑ์ภูเขาไฟธรรมชาติ” ที่นี่รายล้อมไปด้วยกลุ่มภูเขาไฟโบราณที่ดับสนิทแล้วกว่า 30 ลูก ตั้งเรียงรายบนทุ่งหญ้ากว้างกว่า 65 ตารางกิโลเมตร ในช่วงหน้าร้อน ปากปล่องภูเขาไฟจะตัดกับทุ่งหญ้าสีเขียว ส่วนหน้าหนาวจะถูกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนดูลึกลับ จนดูคล้ายพื้นผิวของดวงจันทร์หรือดาวอังคาร

ไฮไลต์ของที่นี่เลยเป็น การเช่าชุดนักบินอวกาศมาใส่ถ่ายรูปเท่ ๆ ที่

  • ภูเขาไฟหมายเลข 3 ที่มีบันไดทอดยาวขึ้นไปชมวิวมุมสูง
  • ภูเขาไฟหมายเลข 5 ที่มีรูปทรงสมบูรณ์ที่สุด
  • ภูเขาไฟหมายเลข 6 เป็นหินดำสนิทที่ถูกขุดออกจนเห็นชั้นลาวา จากการทำเหมืองในอดีตจนเป็นหลุมขนาดใหญ่

เรียกว่าได้ฟีลเหมือนกำลังเดินอยู่บนดาวดวงอื่นเลยครับ ถือเป็นสถานที่เที่ยวมองโกเลียในที่สายถ่ายรูปต้องมาเช็กอินสักครั้ง

พิกัด : Ulan Hada Volcano Geopark

เที่ยวมองโกเลียใน สัมผัสเสน่ห์ทุ่งหญ้าและผืนทราย กับ Panda Holiday

การวางแผนเดินทางท่องเที่ยวในมองโกเลียในจะช่วยประหยัดเวลาในการเดินทาง และเก็บพิกัดไฮไลต์ได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าคุณจะเป็นสายลุยถ่ายรูปชุดอวกาศกลางปากปล่องภูเขาไฟทางฝั่งตะวันออก หรือสายพรีเมียมเน้นนอนกระโจมดูดาว และตะลุยทะเลทรายทางฝั่งโฮฮอต-ออร์ดอส ดินแดนทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ที่มองโกเลียในแห่งนี้ก็พร้อมต้อนรับเสมอครับ

และถ้าหากคุณไม่อยากยุ่งยากกับการจัดรูทรถโค้ช จองตั๋วรถไฟความเร็วสูง หรือติดต่อจองกระโจมและวุ่นวายกลางทะเลทราย ให้ Panda Holiday ผู้เชี่ยวชาญตัวจริงด้านการจัดทัวร์จีนระดับพรีเมียมคอยดูแลคุณสิครับ เรามีโปรแกรมทัวร์มองโกเลียในที่จัดเรียงเส้นทางเดินทางได้อย่างสมบูรณ์แบบ บินดี กินหรู ที่พักสบาย และบริการอบอุ่นตลอดทริปกับแพนด้า คุ้มค่า รู้จริง เราดีที่สุดสำหรับคุณ

สอบถามโปรแกรมท่องเที่ยวจีน รับจัดกรุ๊ปส่วนตัว และกรุ๊ปวีไอพี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวมองโกเลียใน

Q: เที่ยวมองโกเลียใน ต้องขอวีซ่าไหม?

A: ไม่ต้อง เพราะมองโกเลียในเป็นเขตปกครองตนเองของประเทศจีน นักท่องเที่ยวชาวไทยจึงได้รับสิทธิ์ยกเว้นการขอวีซ่าท่องเที่ยวจีน สามารถเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวและพำนักอยู่ได้นานสูงสุด 30 วันตามข้อตกลงฟรีวีซ่าไทย-จีน

Q: สัญญาณอินเทอร์เน็ตในทุ่งหญ้าและทะเลทรายเป็นอย่างไร?

A: ในเขตเมืองใหญ่และค่ายกระโจมมองโกลยุคใหม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตและ Wi-Fi ให้บริการดีเยี่ยม แต่ในระหว่างการเดินทางลึกเข้าไปในใจกลางทะเลทรายหรือทุ่งหญ้าห่างไกล สัญญาณโทรศัพท์อาจมีจุดอับหรือช้าลงบ้าง แนะนำให้เปิดโรมมิ่งหรือเตรียม Sim2Fly จากไทยไปให้พร้อม

Q: อาหารท้องถิ่นของมองโกเลียในเน้นอะไรเป็นหลัก คนไทยทานยากไหม?

A: อาหารส่วนใหญ่จะเน้นเมนูเนื้อแกะ เนื้อแพะ และผลิตภัณฑ์จากนม เช่น ชานมใส่เกลือ ชีสแห้ง เป็นหลัก สำหรับคนไทยอาจรู้สึกว่ามีกลิ่นเฉพาะตัวบ้าง แต่ตามร้านอาหารในเมืองใหญ่หรือในโปรแกรมทัวร์พรีเมียม จะมีการผสมผสานเมนูอาหารจีนสไตล์กวางตุ้ง หรืออาหารฮั่นรสชาติกลมกล่อมที่คนไทยคุ้นเคยไว้ให้อย่างลงตัว ทานง่ายแน่นอน

Q: ไปเที่ยวมองโกเลียใน ช่วงเดือนไหนสวยที่สุด?

A: ดือนกรกฎาคม – สิงหาคม เพราะทุ่งหญ้าจะเขียวขจี อากาศเย็นสบาย และเป็นช่วงที่มีเทศกาลนาคัม (Naadam Festival) พอดี ส่วนใครที่ชอบความโรแมนติกสีทองอร่าม แนะนำให้มาช่วง เดือนกันยายน – ตุลาคม ผืนหญ้าจะเปลี่ยนเป็นสีส้มทอง ถ่ายรูปสวยแปลกตาไปอีกแบบ

Q: สภาพอากาศที่ทุ่งหญ้าและทะเลทรายเป็นอย่างไร ต้องเตรียมเสื้อผ้าแบบไหน?

A: สภาพอากาศที่นี่ขึ้นชื่อว่ากลางวันร้อน กลางคืนหนาว และลมแรงมาก แม้จะไปหน้าร้อน ยามค่ำคืนในทุ่งหญ้าหรือทะเลทรายอุณหภูมิอาจดิ่งลงเหลือเลขตัวเดียวได้

โดยสิ่งที่ต้องเตรียมไปคือ

  • เสื้อผ้าที่ใส่สบาย ระบายอากาศได้ดีสำหรับกิจกรรมกลางวัน
  • เสื้อแจ็กเก็ตกันลม เสื้อสเวตเตอร์ หรือลองจอนสำหรับใส่ตอนกลางคืน
  • หมวก แว่นกันแดด และครีมกันแดด
  • ผ้าบัฟหรือผ้าคลุมหน้า สำหรับกันฝุ่นทราย เวลาเล่นกิจกรรมแอดเวนเจอร์