ทำไมจีนถึงเป็นประเทศที่ถูกใจสายธรรมชาติ
ข้อดีของการเที่ยวจีนสายธรรมชาติ คือมีให้เลือกหลายอารมณ์มากในประเทศเดียว ถ้าชอบภูเขาหินรูปร่างแปลกตา จีนก็มี ถ้าชอบทะเลสาบสีมรกต ป่าสน ทุ่งหญ้า หรือภูเขาหิมะ จีนก็มีครบ แถมหลายแห่งยังมีโครงสร้างรองรับนักท่องเที่ยวค่อนข้างดี เช่น รถชัตเทิลภายในอุทยาน การล่องเรือ เส้นทางเดินที่จัดระบบไว้แล้ว รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างลิฟต์ บันไดเลื่อน กระเช้า และบางแห่งยังมีบริการเกี้ยวรับจ้าง ช่วยให้เที่ยวธรรมชาติได้สบายขึ้นกว่าที่หลายคนคิด
อีกอย่างที่ทำให้จีนเหมาะกับการเที่ยวธรรมชาติคือ แต่ละฤดูกาลให้อารมณ์ไม่เหมือนกันเลย อย่างจิ่วจ้ายโกวจะโดดเด่นมากในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ขณะที่เส้นทางอย่างคุนหมิง–ต้าหลี่–ลี่เจียง–แชงกรีล่า หรือกุ้ยหยาง–อันซุน–เอินซือ จะสวยมากในช่วงอากาศกลาง ๆ ที่เดินทางง่ายและถ่ายรูปออกมาดีเป็นพิเศษ
อัปเดต 10 พิกัดที่เที่ยวจีนแนวธรรมชาติที่ปีนี้ไม่ควรพลาด!
ถ้าอยากเที่ยวจีนแนวธรรมชาติ เที่ยวเมืองไหนดี จีนเมืองไหนธรรมชาติสวย? ไม่รอช้า ลองมาดู 10 พิกัดที่เที่ยวจีนธรรมชาติที่เราคัดมาแนะนำกันเลย
1. จิ่วจ้ายโกว (Jiuzhaigou)

ถ้าพูดถึงที่เที่ยวจีนธรรมชาติชื่อแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง มักหนีไม่พ้น จิ่วจ้ายโกว เพราะที่นี่เป็นมรดกโลกของยูเนสโกที่โดดเด่นเรื่องทะเลสาบหลากสี น้ำตก และภูมิประเทศแบบหุบเขาอัลไพน์ที่สวยมากเป็นพิเศษ ยูเนสโกระบุชัดว่าที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องผืนน้ำใสสีฟ้า เขียว ม่วง และภูเขาสูงที่ล้อมรอบจนเกิดภูมิทัศน์แบบแฟนตาซี
ถ้าอยากเห็นจิ่วจ้ายโกวในช่วงที่สวยที่สุด แพนด้าขอแนะนำว่าช่วงฤดูใบไม้ร่วง โดยเฉพาะช่วงกันยายนถึงตุลาคม คือเวลาที่ป่าเริ่มเปลี่ยนสีและน้ำในทะเลสาบยิ่งดูโดดเด่นขึ้นมาก
2. จางเจียเจี้ย (Zhangjiajie)

ถ้าอยากเห็นธรรมชาติที่มีคาแรกเตอร์ชัดมาก จางเจียเจี้ย คือหนึ่งในพิกัดที่ควรไปสักครั้ง เพราะเป็นเมืองที่มีไฮไลต์ธรรมชาติเด่นอยู่ 2 แห่งหลัก ๆ และแต่ละแห่งก็ให้บรรยากาศต่างกันอย่างชัดเจน
แห่งแรกคือ เขาอวตาร หรือเทียนจื่อซาน (Tianzi Mountain) ที่ขึ้นชื่อเรื่องภูมิประเทศแบบเสาหินควอตซ์แซนด์สโตนจำนวนมหาศาล จนกลายเป็นภาพจำของจางเจียเจี้ย ยูเนสโกระบุว่าพื้นที่มรดกโลก Wulingyuan มีเสาหินสูงเรียวกว่า 3,000 แท่ง หลายแท่งสูงเกิน 200 เมตร ทำให้วิวของที่นี่ดูยิ่งใหญ่และไม่เหมือนที่อื่น
อีกแห่งคือ ถ้ำประตูสวรรค์ หรือเทียนเหมินซาน (Tianmen Mountain) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของจางเจียเจี้ย โดดเด่นด้วยภูเขาสูง ทางขึ้นสุดอลังการ และช่องเขาขนาดใหญ่ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของพื้นที่นี้
ความน่าสนใจของจางเจียเจี้ยคือไม่ได้มีแค่ธรรมชาติที่สวย แต่ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างดี ทั้ง กระเช้า ลิฟต์ และระบบเดินทางไปยังจุดชมวิวสำคัญ อย่าง Bailong Elevator ที่ช่วยลดแรงในการเดินขึ้นเขาได้มาก จึงเหมาะทั้งกับสายถ่ายรูปและคนที่อยากเที่ยวธรรมชาติแบบไม่หนักเกินไป
3. คุนหมิง – ลี่เจียง (Kunming – Lijiang)

ถ้าอยากได้ทริปธรรมชาติที่เที่ยวสบาย อากาศดี และมีวิวเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ แบบไม่จำเจ เส้นทางคุนหมิง – ลี่เจียง ถือเป็นหนึ่งในเส้นทางที่ลงตัวมาก เพราะผสมทั้งธรรมชาติระดับแลนด์มาร์กและเมืองเก่าที่มีเสน่ห์ไว้ในทริปเดียว
เริ่มจาก คุนหมิง เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องอากาศดีตลอดปี ไฮไลต์สำคัญคือ “ป่าหิน” ที่มีภูมิประเทศแปลกตาไม่เหมือนที่อื่น จากนั้นเดินทางต่อไปยัง ลี่เจียง เมืองปลายทางที่เต็มไปด้วยบรรยากาศโรแมนติกและธรรมชาติสวยงาม
ในลี่เจียงมีจุดเที่ยวเด่นหลายแห่งที่ไม่ควรพลาด ไม่ว่าจะเป็น เมืองเก่าลี่เจียง ที่เป็นมรดกโลกยูเนสโก เดินเล่นชิล ๆ ได้ทั้งวัน ภูเขาหิมะมังกรหยก ที่สามารถขึ้นกระเช้าไปชมวิวภูเขาหิมะได้แบบใกล้ชิด และหุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน (Blue Moon Valley) ที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำสีฟ้าใสตัดกับฉากหลังภูเขาหิมะสวยเหมือนภาพวาด
เส้นทางนี้เหมาะมากกับคนที่อยากเที่ยวธรรมชาติแบบไม่เร่งรีบ เดินทางกับครอบครัว หรืออยากได้ทริปที่มีทั้งวิวภูเขา ทะเลสาบ และเมืองเก่าที่มีเสน่ห์ในจังหวะเดียวกัน เที่ยวได้เพลิน ๆ ทุกวันโดยไม่รู้สึกเหนื่อยเกินไป
4. หุบเขาเทวดาวั้งเซียนกู (Wangxianguo)

วั้งเซียนกู เป็นหนึ่งในพิกัดที่มาแรงมากในช่วงหลัง เพราะภาพของอาคารไม้ที่เกาะอยู่ตามหน้าผา ลำธาร และไฟยามค่ำคืน ทำให้บรรยากาศของที่นี่ดูเหมือนฉากในโลกกำลังภายในหรือเมืองในเทพนิยายมากกว่าสถานที่จริง
ข้อมูลจากทางการจีนระบุว่า Wangxian Valley เคยเป็นพื้นที่เหมืองหินมาก่อน ก่อนจะถูกพัฒนาใหม่ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม โดยใช้หน้าผาธรรมชาติเดิมมาสร้างเป็นโรงแรมริมผา ทางเดินลอยฟ้า และจุดชมวิวต่าง ๆ
ข้อดีของที่นี่คือถ่ายรูปขึ้นมาก และเหมาะกับคนที่อยากได้ธรรมชาติในมุมที่ผสมสถาปัตยกรรมจีนแบบชัดเจนกว่าการไปอุทยานธรรมชาติล้วน ๆ
5. แชงกรีล่า (Shangri-La)

ถ้าอยากได้ธรรมชาติที่มีทั้งความสงบ ความสูง และกลิ่นอายวัฒนธรรมทิเบต แชงกรีล่า คือเมืองที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวมาก เมืองนี้อยู่บนพื้นที่สูง โดยข้อมูลทั่วไปของเมืองชี้ว่าระดับความสูงเฉลี่ยอยู่ราว 3,160 เมตรขึ้นไป จึงทำให้อากาศและบรรยากาศต่างจากเมืองท่องเที่ยวทั่วไปชัดเจน
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ วัดซงจ้านหลิน (Songzanlin Monastery) หรือที่หลายคนเรียกว่า “วัดโปตาลาน้อย” ซึ่งตั้งเด่นอยู่ท่ามกลางฉากหลังของภูเขาและทิวทัศน์อันสงบ ทำให้ที่นี่ไม่ได้มีแค่ความงดงามของสถาปัตยกรรม แต่ยังให้บรรยากาศที่ผ่อนคลายและเต็มไปด้วยเสน่ห์ของธรรมชาติบนพื้นที่สูง
แชงกรีล่าจึงเหมาะกับคนที่อยากสัมผัสวิวสวย อากาศดี และบรรยากาศสงบในแบบที่ต่างจากเมืองท่องเที่ยวทั่วไป เป็นปลายทางที่ให้ทั้งความรู้สึกพักใจและความประทับใจด้านทัศนียภาพไปพร้อมกัน
6. กุ้ยหยาง (Guiyang)

ถ้าอยากได้ปลายทางที่เต็มไปด้วยธรรมชาติสีเขียว อากาศดี และวิวอลังการแบบไม่ต้องเบียดนักท่องเที่ยวมาก กุ้ยหยาง คืออีกหนึ่งเมืองที่น่าสนใจ เมืองนี้เป็นศูนย์กลางของมณฑลกุ้ยโจว ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องภูเขา น้ำตก และธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ไว้ได้ดี
ไฮไลต์สำคัญที่ไม่ควรพลาดคือ น้ำตกหวงกั่วซู่ (Huangguoshu Waterfall) หนึ่งในน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในจีน สามารถเดินชมได้ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง ให้ประสบการณ์ใกล้ชิดธรรมชาติแบบเต็ม ๆ
นอกจากนี้ยังมี หมู่บ้านชนเผ่าเชียนหูเหมียวไจ้ (Xijiang Qianhu Miao Village) หมู่บ้านชนเผ่าที่ใหญ่ที่สุดในจีน ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาและธรรมชาติ ให้บรรยากาศทั้งสวยและมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม
เส้นทางกุ้ยหยางจึงเหมาะกับคนที่อยากได้ธรรมชาติแบบครบ ทั้งน้ำตก ภูเขา และหมู่บ้านกลางหุบเขา เที่ยวได้ทั้งสายถ่ายรูปและสายพักผ่อนในทริปเดียว
7. ภูเขาหิมะมังกรหยก (Jade Dragon Snow Mountain)

สำหรับคนที่อยากเห็นภูเขาหิมะแบบใกล้ ๆ ภูเขาหิมะมังกรหยก คือหนึ่งในจุดหมายที่น่าประทับใจมากของยูนนาน โดยจุดสูงสุดของเทือกเขานี้อยู่ที่ราว 5,596 เมตร และปกคลุมด้วยหิมะตลอดปี จึงกลายเป็นภาพจำสำคัญของลี่เจียง ที่สำคัญ การขึ้นไปเที่ยวที่นี่ไม่ได้ยากหรือลำบากอย่างที่หลายคนกังวล เพราะมีบริการกระเช้าพานักท่องเที่ยวขึ้นไปยังจุดชมวิวที่ระดับความสูงประมาณ 4,506 เมตร ทำให้สามารถสัมผัสวิวภูเขาหิมะได้ใกล้ชิดมากขึ้นโดยไม่ต้องเดินขึ้นเองตลอดทาง
ไฮไลต์ของเส้นทางนี้ไม่ได้มีแค่ยอดเขา แต่รวมถึง Blue Moon Valley ที่น้ำสีฟ้าใสตัดกับฉากหลังของภูเขาหิมะด้วย ถ้าใครชอบวิวใหญ่ ๆ ที่ถ่ายรูปออกมาดูอลังการโดยแทบไม่ต้องแต่งเพิ่ม ที่นี่ตอบโจทย์มาก
อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม:4 สถานที่เที่ยวจีนหน้าหนาว หิมะสวยราวกับฝัน ต้องไปสักครั้งในชีวิต
8. ย่าติง (Yading)

ถ้าอยากได้ธรรมชาติที่ทั้งยิ่งใหญ่ สงบ และสวยเหมือนภาพฝัน ย่าติง คือหนึ่งในจุดหมายที่ไม่ควรพลาดของจีน ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องวิวภูเขาสูง ทะเลสาบสีใส และภูมิทัศน์ธรรมชาติที่ยังคงความบริสุทธิ์เอาไว้ได้อย่างน่าประทับใจ จนหลายคนยกให้เป็นหนึ่งในพิกัดธรรมชาติที่สวยที่สุดของจีน
เสน่ห์ของย่าติงอยู่ที่บรรยากาศโดยรวมที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในอีกโลกหนึ่ง ทั้งฉากของยอดเขา ทุ่งหญ้า ลำธาร และทะเลสาบที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติแบบเต็มสายตา จึงเหมาะมากกับคนที่อยากสัมผัสที่เที่ยวจีนสายธรรมชาติแบบอลังการ และเก็บภาพวิวสวย ๆ ที่ดูโดดเด่นไม่เหมือนที่อื่น
8. สี่ดรุณี (Siguniangshan)

ถ้าอยากได้ธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ อากาศดี และเต็มไปด้วยวิวภูเขาสลับหุบเขาแบบสวยสะกดสายตา ภูเขาสี่ดรุณี คือหนึ่งในจุดหมายที่ไม่ควรพลาด ที่นี่ได้รับฉายาว่าเป็น “สวิตเซอร์แลนด์แห่งแดนมังกร”เพราะมีทั้งยอดเขาสูง ป่าสน ทุ่งหญ้า และลำธารที่รวมกันเป็นทิวทัศน์งดงามมาก
เสน่ห์ของสี่ดรุณีอยู่ที่ความสวยแบบธรรมชาติล้วน ๆ ให้บรรยากาศสงบ สดชื่น และเหมาะกับคนที่อยากสัมผัสวิวภูเขาแบบเต็มตาโดยไม่ต้องไปไกลถึงยุโรป ไม่ว่าจะเป็นสายถ่ายรูป สายพักผ่อน หรือคนที่ชอบธรรมชาติสเกลใหญ่ ที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่ให้ประสบการณ์น่าประทับใจมาก
10. ซินเจียง (Xinjiang) – ทะเลสาบคานาส

ซินเจียงและทะเลสาบคานาส คือดินแดนสวรรค์ลึกลับทางตอนเหนือที่โอบล้อมด้วยเทือกเขา ป่าสนสีทองอร่าม และธรรมชาติสเกลใหญ่ที่ให้บรรยากาศสงบงามราวกับภาพวาด ผืนน้ำสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ของทะเลสาบจะเปลี่ยนเฉดสีไปตามฤดูกาล ตัดกับยอดเขาหิมะและหมู่บ้านไม้โบราณของชาวถูหว่าได้อย่างสวยงามมาก โดยช่วงที่คานาสสวยเป็นพิเศษคือประมาณเดือนกันยายน–ตุลาคม ซึ่งเป็นฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ป่าโดยรอบจะเปลี่ยนเป็นโทนเหลืองทอง ดูโดดเด่นและน่าประทับใจมาก
เที่ยวจีนสายธรรมชาติ ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง
การเที่ยวธรรมชาติในจีนให้สนุก ไม่ได้อยู่แค่เลือกเมืองสวย แต่ต้องเลือกให้ เหมาะกับฤดูกาลและสภาพร่างกาย ด้วย เช่น ถ้าไปพื้นที่สูงอย่างแชงกรีล่าหรือภูเขาหิมะมังกรหยก ควรเผื่อเวลาให้ร่างกายปรับตัว ดื่มน้ำมากพอ และไม่รีบใช้แรงหนักทันที เพราะระดับความสูงมีผลกับหลายคนได้จริง
อีกเรื่องที่ควรเตรียมคือรองเท้าที่เดินสบาย เสื้อคลุมที่ถอดใส่ง่าย และแบตสำรองสำหรับมือถือ เพราะหลายเส้นทางมีทั้งรถชัตเทิล การแสดงบัตรผ่านมือถือ และจุดถ่ายรูปเยอะมากจนแบตหมดง่ายกว่าทริปเมืองปกติ
อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม:เที่ยวจีนกับผู้สูงอายุ เลือกเมืองไหนดี เดินไม่เยอะ อากาศไม่โหด
วางแผนที่เที่ยวจีนธรรมชาติยังไงให้เก็บคุ้มทุกแลนด์มาร์ค?
ธรรมชาติของจีนมีหลายแบบมาก จึงไม่จำเป็นต้องพยายามยัดทุกอย่างไว้ในทริปเดียว วิธีที่คุ้มกว่าคือเลือกธีมให้ชัดก่อน เช่น
- ถ้าอยากได้วิวภูเขาหินและอุทยานสุดอลังการ ให้ไปทาง จางเจียเจี้ย
- ถ้าอยากได้ทะเลสาบสีสวยและใบไม้เปลี่ยนสี ให้ไปทาง จิ่วจ้ายโกว
- ถ้าอยากได้ธรรมชาติแบบละมุน เที่ยวสบาย ให้ดู คุนหมิง–ลี่เจียง หรือทะเลสาบคานาส
- ถ้าอยากได้ภูเขาหิมะและบรรยากาศบนที่สูง ให้เลือก แชงกรีล่า หรือ ภูเขาหิมะมังกรหยก
- ถ้าอยากได้วิวสเกลใหญ่แบบไม่เหมือนจีนที่คุ้นเคย ให้มองไปที่ คานาสในซินเจียง
เมื่อเลือกธีมได้แล้ว การจัดเส้นทางจะง่ายขึ้นมาก และทำให้แต่ละวันของทริปไม่เหนื่อยเกินไปด้วย
อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม:ทัวร์จีนไม่ลงร้านคืออะไร? เหมาะกับใคร และต่างจากทัวร์ทั่วไปยังไง
บุกที่เที่ยวจีน ธรรมชาติ พร้อมบริการทัวร์ระดับพรีเมียมจาก Panda Holiday
เส้นทางธรรมชาติของจีนหลายแห่งสวยมากก็จริง แต่ก็ต้องอาศัยการจัดจังหวะเดินทางที่ดีพอสมควร เพราะบางที่เหมาะกับการไปช่วงเฉพาะฤดู บางที่ต้องเลือกจุดพักให้พอดี หรือบางเส้นทางถ้าจัดไม่ดีอาจเสียเวลาไปกับการเดินทางมากกว่าการเที่ยวจริง
ตรงนี้เองที่การมีทีมที่เข้าใจเส้นทางจีนโดยเฉพาะจะช่วยให้ทริปง่ายขึ้นมาก โดยเฉพาะเส้นทางเชิงลึกอย่างจางเจียเจี้ย ยูนนาน หรือซินเจียง ที่ต้องอาศัยประสบการณ์ในการจัดลำดับเส้นทางให้เที่ยวคุ้มแต่ไม่เหนื่อยเกินไป
Panda Holiday เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวจีนสายธรรมชาติแบบคุ้มค่า โปร่งใส และสบายกว่าเดิม ทั้งครอบครัว กรุ๊ปเพื่อน หรือกรุ๊ปบริษัท ก็สามารถออกแบบทริปให้เหมาะกับสไตล์ของแต่ละกลุ่มได้ โดยยังคงจุดสำคัญของแบรนด์ไว้ครบ คือเที่ยวเต็มอิ่ม ไม่ลงร้าน และเน้นประสบการณ์ที่น่าประทับใจจริง
คุ้มค่า รู้จริง เราดีที่สุดสำหรับคุณ
สอบถามโปรแกรมท่องเที่ยวจีน รับจัดกรุ๊ปส่วนตัว และกรุ๊ปวีไอพี
- Hotline:086-317-1624
- Office:02-157-0999
- Facebook:Panda Holiday – แพนด้า ฮอลิเดย์
- Line: @pandaholiday
- Email:salespandaholiday@gmail.com
- ชมโปรแกรมทัวร์จีนเพิ่มเติมได้ที่ Panda.co.th
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับที่เที่ยวจีนแนวธรรมชาติ (FAQs)
Q: จิ่วจ้ายโกวไปช่วงไหนสวยที่สุด?
A: ถ้าอยากเห็นสีของน้ำตัดกับใบไม้เปลี่ยนสีแบบชัดที่สุด ช่วงกันยายนถึงตุลาคมมักเป็นช่วงที่หลายคนแนะนำมากที่สุด
Q: ถ้าพาพ่อแม่ไปภูเขาสูง ต้องระวังอะไรบ้าง?
A: ควรเลือกเส้นทางที่ไม่เร่งเกินไป ดื่มน้ำให้เพียงพอ และเผื่อเวลาปรับตัว โดยเฉพาะเมืองหรือจุดชมวิวที่อยู่บนที่สูงอย่างแชงกรีล่าหรือบางส่วนของภูเขาหิมะมังกรหยก
Q: ที่เที่ยวธรรมชาติในจีนมีที่ไหนเที่ยวสบาย ไม่ต้องลุยมาก?
A: ถ้าอยากเที่ยวธรรมชาติแบบสบาย ๆ ไม่ต้องลุยมาก แนะนำเส้นทางอย่าง คุนหมิง–ลี่เจียง, กุ้ยหยาง และภูเขาสี่ดรุณี รวมถึงจุดหมายยอดนิยมอย่างจางเจียเจี้ย และจิ่วจ้ายโกว ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างดี เช่น รถชัตเทิล กระเช้า และทางเดินที่จัดไว้ ช่วยให้เที่ยวได้ง่ายขึ้นมาก
Q: ถ้าเป็นกรุ๊ปบริษัทหรือกรุ๊ปใหญ่ จัดทริปธรรมชาติแบบ Private ได้ไหม?
A: ทำได้ และยิ่งเหมาะกับการวางลำดับเส้นทางให้ตรงกับเป้าหมายของแต่ละกลุ่มมากขึ้น เช่น เน้นพักผ่อน ถ่ายรูป หรือจัดกิจกรรมร่วมกันระหว่างทริป โดยควรวางแผนล่วงหน้าเพื่อให้เลือกไฟลต์ ที่พัก และจังหวะเดินทางได้ลงตัวที่สุด
