clock
logo

1 ปีมีหนึ่งครั้งชม ดอกโบตั๋น บานสะพรั่งทั่วเมืองลั่วหยาง

April 3, 2019 | by Panda Holiday

1 ปีมีหนึ่งครั้งชม ดอกโบตั๋น บานสะพรั่งทั่วเมืองลั่วหยาง

1 ปีมีหนึ่งครั้งชม ดอกโบตั๋น บานสะพรั่งทั่วเมืองลั่วหยาง

ใน 1 ปีมีหนึ่งครั้งชม ดอกโบ๋ตั๋น บานสะพรั้งทั่วเมืองลั่วหยาง ช่วงประมาณวันที่ 5 – 25 เมษายน

เทศกาลดอกโบตั๋นบานเมืองลั่วหยางดอกโบตั๋น เป็นไม้ดอกสกุล Paeonia ดอกโบตั๋น ส่วนใหญ่เป็นไม้ล้มลุก หนึ่งในสัญลักษณ์ประจำชาติของจีน (ค.ศ. 1903)

โดยถือเป็นดอกไม้แห่งลาภยศและความร่ำรวย นิยมใช้ในเชิงสัญลักษณ์ในศิลปะจีน ดอกโบตั๋นยังถูกขนานามว่าเป็นดอกไม้มังกร 9 หัว เพราะว่า ดอก1ดอก

จะมีใบสามใบปลายใบจะถูกแยกเป็นแฉก 3แฉก ต่อ1ดอก เมื่อนับแล้ว จะได้ยอดใบทั้งหมด 9 ยอด จึงถูกขนานามว่า เป็นดอกไม้มังกร 9 หัว และมีความเชื่ออีกว่า

เป็นดอกไม้แทนความสุข ลาภยศ ยิ่งถ้าใครปลูกแล้วสีสดมากๆ จะเชื่อกันว่า จะนำพาโชคลาภก้อนใหญ่นำพาความรวยความมั่งคั่ง มามอบแด่คนปลูก ลักษณะของดอกจะมีกลิ่นหอมและหลากหลายสีสัน ออกดอกช่วงฤดูร้อน

ในสมัยโบราณ ดอกโบตั๋นเป็นที่นิยมเพาะเลี้ยงกันในหมู่ชนชั้นสูง พอๆกับเลี้ยงบอนไซ เพราะถ้าดูแลดีๆจะได้ราคาสูงมาก เวลาออกดอก ดอกบานจะมีอายุ ประมาณ 7-10 วัน

การเดินทางไปเที่ยว ชม ดอกโบตั๋น ท่านจะได้พบกับสถานที่เที่ยวหลากหลายสถานที่ ที่แรกจะเป็น สุสานทหารดินเผา  จิ๋นซีฮ่องเต้ สิ่งอัศจรรย์ลำดับที่ 8 ของโลก เป็นหลักฐานสำคัญทางโบราณคดีวิทยา ในศตวรรษที่ 20 อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของ

1 ปีมีหนึ่งครั้งชม ดอกโบตั๋น บานสะพรั่งทั่วเมืองลั่วหยาง

หลุมฝังศพจักรพัตราธิราช ฉินซีฮ่องเต้ ใช้เวลาสำหรับเพื่อการก่อสร้าง 11 ปี ก่อนช่วงคริสตศักราช 246 ปี้ ได้ศึกษา และ ทำการค้นพบโดยบังเอิญเมื่อ 29 มี.ค. คริสต์ศักราช 1974 โดยเกษตรกรในหมู่บ้านซีหยาง ในช่วงเวลาที่ขุดดินเพื่อท่า

แอ่งน้ำ รอบๆตีนเขาหลี่ซาน ห่างจากเมืองซีอาน ไปทางทิศตะวันออกโดยประมาณ 35 กฏหมาย โดยในขณะที่ขุดนั้นก็บังเอิญเจอกับซากของทหารดินเผา ที่รู้ตอนหลังว่าแก่มากยิ่งกว่า 2,000 ปื ปัจจุบันนี้รัฐบาลจีนค้นหาเจอวัตถุโบราณ

ที่เป็นกองกองทัพทหารดินเผา สรรพาวุธ รถม้ารวมทั้งม้าศึก ปริมาณทั้งหมดทั้งปวงกว่า 7,400 ชิ้น ในปี 1975 ทางการ

ได้สร้าง หลังคาครอบพื้นที่รอบๆและก็จัดให้เป็นพิพิธภัณทสถาน แบ่งได้ 3 ส่วน เป็น หลุมที่ 1 หลุมที่ 2 และ ก็หลุมที่ 3 เป็นลำดับ หลุมแรกเป็นหลุมที่ใหญ่ที่สุด เปิดหนแรกในวันชาติจีน ปี 1979 โดยมีกองทัพทหารเรียงเป็นแนวอยู่

ข้างหน้า และก็มีรถม้าศึกอยู่ข้างหลัง หลุมที่ 2 แล้วก็หลุมที่ 3 ถูกศึกษาค้นพบในปี 1976 มีกองทหารนับพัน ม้าศึกไม้ 90 รูป กองนักสู้กว่า 68 รูป รวมทั้งม้าศึก 4รูป รวมรูปปั้นดินเผาทั้งยัง กองทัพ มาศึก

ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างสุสานตั้งแต่ปี 246 - 208 ก่อนปีคริสต์ศักราช เพราะมีความเชื่อเกี่ยวกับชีวิตหลังความตายของพระองค์ ทรงสร้างหุ่นกองทัพทหารดินเผาจำนวนมากรวมทั้งรถม้าและม้าศึก เพื่อให้ทั้งหมดนี้ติดตามไปรับใช้และอารักขาพระองค์ในปรโลก และเนื่องด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้ทำให้หุ่นทหารดินเผา ม้าศึกและรถม้าจำนวนมากที่ถูกฝังอยู่ภายในสุสาน ล้วนแต่มีขนาดเท่าของจริงทุกประการ รวมทั้งรายละเอียดต่าง ๆ ของหุ่นทหารดินเผาและการจัดทัพ ซึ่งเป็นการจัดตำแหน่งตามกระบวนทัพโดยแบ่งออกเป็น 11 แถว ประกอบไปด้วย

  • แม่ทัพฝ่ายบู๊
  • แม่ทัพฝ่ายบุ๋น
  • พลหอก
  • พลดาบ (ซึ่งอาวุธในมือส่วนใหญ่คืออาวุธจริง)
  • สารถีประจำรถม้า
  • ม้าศึก

มีด้วยกันทั้งหมด 8 หลุม แต่ในปัจจุบันมีการขุดค้นเพียงแค่ 3 หลุมเท่านั้นโดยส่วนใหญ่จะสวมเสื้อสีชมพู กางเกงสีเขียวและฟ้า แต่ทว่าเมื่อหุ่นทหารดินเผาถูกอากาศและแสงแดด เกิดปฏิกิริยาทางเคมีทำให้สีของหุ่นทหารดินเผาลอกหายไป เปลี่ยนเป็นสีดำอย่างน่าเสียดาย

1 ปีมีหนึ่งครั้งชม ดอกโบตั๋น บานสะพรั่งทั่วเมืองลั่วหยาง
  • สถานที่เที่ยวจุดต่อไป คือ ถ้ำหินประตูมังกร หรือ จะเรียกว่า ถ้ำหินผาหลงเหมิน ก้อสุดแล้วจะเรียก

ได้รับสมัครสมาชิกเป็นมรดกโลกสำหรับการสัมมนาคณะกรรมการมรดกโลกยุคสามัญครั้งที่ 24 เมื่อปืพุทธศักราช 2543 ที่เมืองแดนส์ ออสเตรเลีย ด้วย กฎระเบียบแล้วก็หลักเกณฑ์สำหรับการใคร่ครวญ ดังนี้

เป็นผู้แทนสำหรับเพื่อการแสดงผลลัพธ์งานชั้นโบแดงที่ทำขึ้นด้วยการผลิตสรรค์อันฉลาดมากของคนเราเป็นสิ่งที่มีผลยิ่ง สนับสนุนให้มีการปรับปรุงสืบต่อมาในด้นการออกแบบทางสถาปัตยกรรม อนุสรณ์สถาน ประติมากรรม สวน และก็ภูมิทัศน์ ตลอดจนการพัฒนาศิลปกรรมที่เกี่ยวเนื่อง หรือการวิวัฒนาการตั้งหลักแหล่งของคนเรา ซึ่งได้เกิดขึ้น

ในช่วงเวลาหนึ่ง หรือบนพื้นที่ใดๆก็ตามของ โลกซึ่งบำรุงไว้ซึ่งวัฒนธรรม เป็นสิ่งที่รับรองถึงหลักฐานของวัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ปรากฏให้มองเห็นอยู่ในตอนนี้หรือที่หายไปแล้ว

ลักษณะเป็นกรุ๊ปถ้ำบนผา ห่างออกไปทางด้านไตน 12 กม.จากเมืองลั่วหยาง ในเขตเหอครึ้มน เมืองจีน อยู่ระหว่าง เทือกเขาเซียงทางทิศตะวันออกกับเทือกเขาหลงเหไม่นทางทิศตะวันตก หันออกสู่ริมฝั่งแม่น้ำอี(Yi) พื้นที่รอบๆกรุ๊ปถ้ำมีความยาวจากทิศเหนือถึงทิศใต้ราว 1กิโล

1 ปีมีหนึ่งครั้งชม ดอกโบตั๋น บานสะพรั่งทั่วเมืองลั่วหยาง

ถ้ำหินหลงเหมิน จัดว่าเป็น 1 ใน 3 แหล่งปฏิมากรรมโบราณที่ประกอบด้วย

  1. ถ้ำมั่วเกา (เมืองตุนหวน มณฑลกานซู่)
  2. ถ้ำหลงเหมิน (เมืองลั่วหยาง มณฑลเหอหนาน)
  3. ถ้ำ ยหวินกัง (เมืองต้าถง มณฑลฉ่านซี)

การไปเที่ยวเดินไม่ไกลมากนักเป็นการเดินเข้าออกคนละทางเดินไปเรื่อยๆจะเพลิดเพลินกับหน้าผาแกะสลัก ทำให้ไม่รู้สึกเหนื่อยเท่าไหร่ ทางด้านขวาจะเป็นหน้าผาหิน ส่วนทางด้านซ้าย จะเป็นแม่น้ำ กว้างใหญ่ อากาศดีลมพัดเย็นสบาย ผู้คนเดินกันไม่เบียดเสียดมากนัก เหมาะแก่การถ่ายรูปเป็นอย่างมาก เราไปเที่ยวสถานที่ ต่อไปกันเลยดีกว่าจ้า

วัดเส้าหลิน เป็นวัดพุทธนิกายมหายานที่มีอยู่จริงในประเทศจีน และเป็นวัดที่มีชื่อเสียงอย่างมาก เพราะปรากฏในนิยายหรือหนังกำลังภายในจีนหลายเรื่อง ที่ตั้งอของวัดยู่ทางทิศตะวันตกของเทือกเขาซงซาน ในอำเภอเติงเฟิง ของมณฑลเหอหนาน วัดนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.495 ในสมัยของจักรพรรดิเสี้ยวเหวินตี้ แห่งราชวงศ์วุ่ย (ค.ศ.471 - 499) โดยมีจุดประสงค์ของการสร้างวัดนั้นก็เพื่อให้เป็นที่พำนักระยะยาวของเหล่าพระภิกษุที่จากอินเดีย โดยมีหัวหน้าคณะนามว่า ป๋าถัว ซึ่งพระอาจารย์ป๋าถัวมีศิษยานุศิษย์เป็นจำนวนมาก ที่เดินทางตามมาเผยแผ่พุทธศาสนาในขณะนั้น ตามประวัติเล่าว่า หลังจากที่ปรมาจารย์ตั๊กม้อได้เข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิแล้ว พระองค์ไม่เข้าพระทัยในคำสอนของพระโพธิธรรมซักเท่าไหร่ พระโพธิธรรมจึงได้เดินทางข้ามแม่น้ำแยงซี ขึ้นเขาซงซานเพื่อมายังวัด แต่เมื่อมาถึงท่านกลับไม่ได้เข้าวัด แต่เดินเลยขึ้นถึงถ้ำแห่งหนึ่งใกล้ๆ กับวัด ในถ้ำภิกษุตั๊กม้อหันหน้าเข้าผนังแล้วจึงนั่งลงขัดสมาธิ ท่านนั่งทำสมาธิและใช้ชีวิตอยู่ในถ้ำแห่งนั้นเป็นเวลายาวนานถึง 9 ปี ก่อนที่จะลงจากถ้ำเพื่อมาถ่ายทอดพระธรรมและวิทยายุทธ์ให้กับสานุศิษย์ เมื่อถ่ายทอดแก่เหล่าศิษย์สำเร็จท่านจึงเดินทางออกจากวัดเส้าหลินและไปมรณภาพที่อี่ว์เหมิน พื้นที่แห่งหนึ่งซึ่งปัจจุบันอยู่ในมณฑลเหอหนาน ว่ากันว่าจากการที่ปรมาจารย์ตั๊กม้อนั่งหันหน้าเข้าผนังทำสมาธิอยู่ในถ้ำถึง 9 ปีนั้นทำให้บนผนังเกิดอภินิหารเป็นรอยเงาของท่านติดตรึงอยู่เลยทีเดียว โดยปัจจุบันถ้ำแห่งนี้นั้นอยู่ในบริเวณเที่ยวชมของวัดเส้าหลิน โดยเรียกกันว่า ถ้ำตั๊กม้อ

1 ปีมีหนึ่งครั้งชม ดอกโบตั๋น บานสะพรั่งทั่วเมืองลั่วหยาง

นี่เป็นเพียงสถานที่เที่ยว ที่ท่านเดินทางไป เที่ยวชม ดอกโบตั๋น ท่านจะได้ไปถ่ายรูปในสถานที่ไฮไลท์ สำคัญๆ เดินทางไปเที่ยวกับแพนด้าฮอลิเดย์ ไม่เหนื่อย เพราะเรามีรถคอยบริการ และนั่งสะดวกสบาย ไม่แออัด ไม่แน่นเกินไป เพราะรถเราเป็นแบบVip หากใครเคยได้ยินว่า ไปเมืองจีนเหนื่อยเดินเยอะ แพนด้าฮอลิเดย์ ทำโปรแกรมให้เที่ยวได้ทุกเพศทุกวัย โดยใช้รถกอล์ฟ ของสถานที่มารับพาเที่ยว แต่ส่วนไหนไม่มีรถ หรือจำเป็นต้องเดินเที่ยวชม เราจะไม่มีให้บริการ เพราะบางอ่านอาจจะต้องการถ่ายรูปในมุมที่แตกต่างออกไป เรื่องอาหาร เราใช้ร้านภัตราคาร หรูที่สุดในเส้นทาง และอาหารดีที่สุดในเส้นทาง ไม่ต้องห่วงว่า ไปเที่ยวจีน แล้วจะ กินอาหารพื้นเมือง ไม่ได้ เราเลือกอาหารที่ถูกปากคนไทยมากที่สุดขึ้นโต๊ะ หัวหน้าทัวร์ และ ไกด์นำเที่ยว เป็นผู้เชี่ยวชาญที่สุดในเส้นทาง ไปเที่ยวกับแพนด้า เราดีที่สุดสำหรับคุณ

ถ้าใครอยากได้โชคลาภ แค่ไปเดินในสวนดอกโบตั๋น ให้กลิ่นหอมโชยชโลมกาย สูดกลิ่นเกสรของดอกโบตั๋น เพียงเท่านี้ ละอองของโชคลาภก็จะติดตัวท่านและถ้ามีรูปถ่ายคู่ดอกโบตั๋นคนจีนก็เชื่อว่า

จะเสริมโชคลาภบารมี เช่นกัน สักครั้งของชีวิตต้องไปเที่ยวเทศกาลดอกโบตั๋น ที่เมืองลั่วหยางให้ได้

สนใจเดินทาง ซีอาน คลิก   ช่องYoutubeคลิก