1. ทุ่งดอกทิวลิป เมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์

ที่อัมสเตอร์ดัมนอกจากเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ที่มีเสน่ห์ทางด้านสถาปัตยกรรมแล้ว ที่นี่ก็ยังเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องทุ่งดอกทิวลิปอีกด้วย โดยเฉพาะช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคมของทุกปี ภายในเมืองก็จะตกแต่งประดับประดาไปด้วยดอกทิวลิป บริเวณชานเมืองก็จะรายล้อมไปด้วยทุ่งดอกทิวลิปกว้างใหญ่ไพศาล มีหลากสีสันสลับกันไปมาอย่างสวยงามตระการตา
อย่างสวนที่ห้ามพลาดและมีชื่อเสียงไปทั่วโลกก็คือ Keukenhof Gardens ที่จะมีการจัดงานทิวลิปทุกปี มีดอกทิวลิปให้ชมมากกว่า 800 สายพันธุ์ 10 ที่เที่ยวชมทุ่งดอกไม้ ที่สวยที่สุดในโลก
2. ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ เมืองโพรวองซ์ ประเทศฝรั่งเศส

เพราะที่นี่คือเมืองที่มีการปลูกดอกลาเวนเดอร์มาอย่างยาวนาน ในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม ดอกลาเวนเดอร์จะบานสะพรั่งไปทั่ว กลายเป็นทุ่งดอกไม้สีม่วงกว้างใหญ่สวยงามตระการตา อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมหวนยั่วใจ บรรยากาศจึงโรแมนติกแบบสุด ๆ
3. สวนทิวลิปเคอเคนฮอฟ (Keukenhof) ประเทศเนเธอร์แลนด์

สวนเคอเคนฮอฟ (Keukenhof) ตั้งอยู่ที่ชานเมืองลิซเซ่ (Lisse) ซึ่งเป็นแหล่งปลูกทิวลิปที่ใหญ่และสำคัญของฮอลแลนด์ เมืองลิซเซ่อยู่ห่างจากอัมสเตอร์ดัมเพียง 29 กิโลเมตร สามารถเดินทางไปได้ทั้งทางรถไฟและรถเช่า รวมทั้งจักรยาน ทางรถไฟให้ลงที่สถานีไลเดน (Leiden) แล้วต่อรถบัสเข้าไปที่สวน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 15 นาที
สวนเคอเคนฮอฟ เดิมเป็นสวนสาธารณะมาก่อน ต่อมาสมาคมผู้ส่งเสริมการปลูกดอกไม้ประเภทไม้หัวแห่งเมืองลิซเซ่ ได้ใช้สวนแห่งนี้ส่งเสริมการปลูกไม้หัวพันธุ์ใหม่ ๆ โดยแบ่งที่ให้กับบริษัทผู้ผลิตไม้หัวเป็นผู้ปลูกและเข้าบำรุงรักษา ซึ่งก็ทำให้เกิดพันธุ์ใหม่ ๆ ขึ้นในทุกปี ซึ่งมีผู้สนใจต้นทิวลิปจากทั่วโลกเดินทางมาชมเป็นจำนวนมาก
4. ทุ่งดอกพิงค์มอสส์ สวนฮิซุยามะ ประเทศญี่ปุ่น

คนไทยเรียกกันง่าย ๆ ว่าพิงค์มอส เป็นดอกไม้พันธ์เล็กที่มีขนาดประมาณ 1.5 ซม. มีทั้งสีชมพู แดง ม่วง และขาว ชิบะซากุระ เป็นพันธุ์ที่มาจากอเมริกาเหนือ เรียกว่า Tweet มีลักษณะคล้ายกับดอกซากุระแต่บานและออกดอกบนพื้นดิน จึงเป็นที่มาของชื่อ Shiba (พื้นดิน) + Zakura (ซากุระ ที่ต้องเขียนเป็นตัว Z เพราะเป็นการเปลี่ยนเสียงตามภาษาญี่ปุ่น)
ดอกชิบะซากุระจะชอบอยู่บนดินที่ระบายน้ำได้ดีและมีแดดส่องอย่างทั่วถึง และนิยมปลูกบนกำแพงหินหรือที่ลาดชันเป็นลักษณะคล้าย Slope จึงกลายเป็นเสน่ห์ของสวนที่ปลูกดอกชนิดนี้ บริเวณของสวนที่ใช้จัดงานเทศกาล Fuji Shibazakura มีทางเข้า 2 ทาง ต้องเดินเข้าไปให้ถึงด้านในสุด เพื่อที่จะได้มุมภาพแบบพาโนรามาของสวน Shibazakura และฟูจิซัง มีมุมให้นั่งแช่เท้าชมวิว (ค่าบริการคนละ 100 เยน) มีไปรษณีย์พิเศษที่เราสามารถซื้อโปสการ์ดส่งไปหาคนทางบ้านได้ด้วย นอกจากนี้ด้านในยังมีซุ้มขายอาหารที่คัดสรรมาสำหรับงานนี้อย่างเป็นพิเศษ
5. ฟาร์มดอกไม้ฮิตาชิ ซิไซด์ พาร์ค อิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น

สวนนี้ตั้งอยู่ในเมืองฮิตาชินากาของจังหวัดอิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น เป็นฟาร์มขนาดใหญ่มา มีดอกไม้หลายสวยพันธุ์ ทำให้สามารถเที่ยวกันได้ตลอดทั้งปี และเป็นอีกฟาร์มที่มีชื่อเสียงอย่างมากของประเทศญี่ปุ่น แต่ที่สวนฮิตาชินี้จะมีช่วงเวลาของทุ่งดอกไม้บานที่เป็นไฮไลท์สำคัญอยู่ทั้งหมด 4 ช่วงเวลาดังนี้
ทุ่งดอกนาร์ซิสซัส (Narcissus) หรือมีชื่อเรียกว่า Suisen Fantasy โดยจะบานช่วงฤดูใบไม้ผลิ ประมาณปลายเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายน ซึ่งที่สวนแห่งนี้มีดอกไม้มากกว่า 1 ล้านดอกจาก 600 สายพันธ์เลยทีเดียว โดยจะอยู่ใกล้กับโซนป่าสนซึ่งจะส่งกลิ่นหอมหวานไปทั่วบริเวณ
ทุ่งดอกทิวลิป(Tulip) หรือที่เรียกว่าช่วง Tulip World โดยจะบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิเช่นกัน ประมาณช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือนเมษายน ต่อจากทุ่งดอกนาร์ซิสซัส มีดอกทิวลิปสีสันสดใสมากกว่า 280,000 ต้น จาก 220 สายพันธ์
ทุ่งดอกเนโมฟีเลีย (Nemophila) หรือที่เรียกกันว่าช่วง Nemophila Harmony โดยจะบานต่อจากดอกทิวลิปในฤดูใบไม้ผลิเหมือนกัน ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนจนถึงปลายเดือนพฤษภาคม จะเป็นดอกไม้สีฟ้า และน้ำเงิน ทำให้ทุ่งหญ้าสีเขียวกลายเป็นสีฟ้าสวยงามแปลกตามาก เพราะหาชมไม่ได้ง่ายนัก ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของสวนแห่งนี้เลยทีเดียว
นอกจากนี้ยังมีทุ่งดอก Rapeseed สีเหลืองสดที่จะบานพร้อมกันด้วย ทุ่งดอกโคเชีย (Kochia) หรือที่เรียกว่าช่วง Kochia Carnival ในฤดูใบไม้ร่วงช่วงปลายเดือนกันยายนถึงกลางเดือนตุลาคม โดยปกติต้นโคเชียจะเป็นไม้พุ่มกลมสีเขียวซึ่งก็สวยงามอยู่แล้ว แต่พอถึงช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะเปลี่ยนสีเป็นสีแดงสดก็ยิ่งทำให้ทั้งสวยงามและแปลกตามากยิ่งขึ้น จนกลายเป็นไฮไลท์หลักของสวนแห่งนี้เลยทีเดียว ซึ่งที่สวนฮิตาชิจะปลูกอยู่บริเวณเนินเขา มิฮาราชิ (Miharashi)ทั่วทั้งเนินทำให้เนินแห่งนี้จะเปลี่ยนจากสีเขียวเข้ม กลายเป็นสีแดงสดในช่วงเดือนตุลาคม
6. เทศกาลดอกซากุระ เซจู ประเทศเกาหลี

สัมผัสความสวยงามพร้อมบรรยากาศฟิน ๆ ก่อนใครที่เกาะเชจู เพราะดอกซากุระที่นี่ จะออกดอกบานสะพรั่งรอรับนักท่องเที่ยวเป็นที่แรกในเกาหลี
สำหรับดอกซากุระในภาษาเกาหลีจะเรียกว่า ดอกพ็อดกด ซึ่งซากุระที่เกาะเชจูนั้นได้ชื่อว่าเป็น King Cherry Tree Blossoms เพราะตัวดอกมีขนาดใหญ่และสวยงามที่สุดในเกาหลี สามารถมาชมได้ทั้งกลางวันและกลางคืน กลางวันก็สวยสดใส กลางคืนก็ไฉไลด้วยไฟแสงสี โรแมนติ๊กกก โรแมนติก
- ระยะเวลาจัดงาน ประมาณปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน
- สถานที่ บริเวณ Jeonnong-ro, Jangjeon-ri & Jeju National Univ. Entrance, Jeju-do
7. เทศกาลชมดอกบ๊วยบาน โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น

ดอกบ๊วย (Plum) หรือที่ญี่ปุ่นเรียกว่า “อุเมะ (Ume)” เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงการมาเยือนของฤดูใบไม้ผลิที่ผลิดอกบานเร็วกว่าซากุระนิดหน่อยแต่ก็งดงามไม่แพ้กัน และเมื่อถึงฤดูดอกบ๊วยบาน ตามสถานที่ชมดอกบ๊วยยอดนิยมต่าง ๆ ก็จะคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เดินทางมาเพื่อเก็บภาพดอกบ๊วยทั้งสีขาวและสีแดงสวยสดตัดกับท้องฟ้าสดใส
ในประเทศญี่ปุ่นนั้นไม่มีประเพณีการออกมาปิกนิครื่นเริงใต้ต้นบ๊วยกันเหมือนอย่างดอกซากุระ แต่นิยมเพลิดเพลินกับการเดินชมไปเรื่อย ๆ เพื่อดื่มด่ำกับความงามและกลิ่นหอมของดอกบ๊วยมากกว่า
สถานที่ชมดอกบ๊วยยอดนิยม 4 แห่ง คือ สวนมิโตะไคระคุเอ็น ป่าบ๊วยยุงะวะระ สวนบ๊วยที่ปราสาทโอซาก้า ป่าบ๊วยอะโนะอุ
8. ทุ่งดอกคาโนล่าสีทอง เหลียวปิง ประเทศจีน

เหลียวปิงเป็นเขตเมืองเล็ก ๆ ที่อยู่ทางตะวันออกของเมืองคุนหมิง (Kunming) ในมณฑลยูนนาน ซึ่งหลายคนอาจจะไม่รู้จัก เพราะในช่วงเวลาปกติเมืองนี้ก็ดูจะเป็นเพียงเมืองเกษตรกรรมธรรมดา ๆ กับนาขั้นบันไดทิวเขาที่มีทิวทัศน์สวยงาม
แต่ความพีคนั้นอยู่ในช่วงใบไม้ผลิในเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม เพราะพื้นที่แทบทุกตารางเมตรของเหลียวปิงจะถูกย้อมด้วยสีทองอร่ามจากดอกคาโนล่าที่กำลังบานสะพรั่ง กระจายความเหลืองอร่ามไปไกลสุดลูกหูลูกตา
ไร่ดอกคาโนล่าของเหลียวปิงนั้นจะมีไฮไลท์ที่น่าไปชม 2 จุด คือ ทุ่งเหลียวซี (Luosi Field) ที่อยู่ทางเหนือ และยอดเขาจินจี (Jinji Peak) ทางใต้ นอกจากนี้ทุกยอดเขาน้อยใหญ่ในเขตเหลียวปิงก็สามารถชมวิวของทุ่งคาโนล่าอร่ามตาได้เช่นกัน
9. ทุ่งดอกไฮเดนเยีย เมืองดาลัด ประเทศเวียดนาม

“ไฮเดรนเยีย” ดอกไม้ที่ได้ชื่อว่าเป็นดอกไม้เจ้าอารมณ์สุด ๆ เพราะด้วยลักษณะพิเศษของตัวสีของดอกไม้ที่มักจะแปรเปลี่ยนตามสภาพอุณหภูมิของผิวดิน ทำให้บางครั้งเรามักจะเจอสีของเจ้าดอกไฮเดรนเยียมีลักษณะสีที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นสีเขียว สีแดง สีขาวหรือสีฟ้า โดยเฉพาะสีฟ้านั่นเป็นสีที่เรามักจะเห็นบ่อยชัดมากที่สุด ยิ่งเห็นเจ้าดอกไฮเดรนเยียเรียงตัวกันเป็นแนวทุ่งยิ่งเหมาะเหลือเกินสำหรับการหยิบกล้องถ่ายรูปถ่ายภาพคู่กับต้นดอกไม้ดังกล่าวเป็นภาพประทับใจสักครั้ง
10. ดูไบ มิราเคิล การ์เด้น ประเทศดูไบ

สร้างในเขตดูไบแลนด์ กินพื้นที่ประมาณ 72,000 ตารางเมตร ภายในสวนประกอบด้วย ไม้นานาพันธุ์กว่า 45 ล้านต้นอกจากนี้ทางบริษัทต่าง ๆ ในดูไบ กำลังมีแผนจะปลูกต้นไม้ใหญ่รอบ ๆ เมืองอีก เพื่อป้องกันพายุทะลทรายในคาบสมุทรอาหรับซัดกระหน่ำเมือง
สวนดอกไม้ ดูไบ มิราเคิล การ์เด้น ไม่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ตลอดทั้งปีนะ เพราะตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายน – กันยายน เป็นช่วงซัมเมอร์ของเขาต่างจากบ้านเรา ที่แถบคาบสมุทรอาหรับร้อนมากมาย อุณหภูมิเฉลี่ยสูงถึง 40 องศาเลยทีเดียว เลยต้องปิดบริการชั่วคราว เพื่อให้เจ้าหน้าที่รดน้ำต้นไม้ตลอดเวลา
นักท่องเที่ยวสามารถกลับมาเที่ยวใหม่อีกครั้ง ตั้งแต่เดือน ตุลาคม – พฤษภาคมของทุกปี สวนดอกไม้ ดูไบ มิราเคิล เปิดบริการทุกวัน เวลา 9.00-21.00 ค่าบริการ 5.50 เหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 165 บาท แต่เด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบ เข้าฟรี
ทุ่งดอกไม้ทั่วโลกไม่ได้มีแค่ความสวยงามให้ถ่ายรูปเท่านั้น แต่ยังสะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละประเทศ ฤดูกาล และวัฒนธรรมที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นทิวลิปหลากสีในยุโรป ลาเวนเดอร์สีม่วงสุดโรแมนติกในฝรั่งเศส เนโมฟีเลียสีฟ้าที่ญี่ปุ่น หรือคาโนล่าสีทองอร่ามในจีน ทุกสถานที่ล้วนมีช่วงเวลาที่สวยที่สุดรอให้เราไปสัมผัส