ใบอนุญาตประกอบการนำเที่ยว: 11/10933

เบอร์โทรศัพท์ 02 157 0999 หรือ 086 317 1624

เก็บตกที่เที่ยวหลังปลดล็อค กับ 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่

เลือกอ่านตามหัวข้อ
7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่
หลังปลดล็อคมีโอกาสอย่าลืมที่จะไปท่องเที่ยว 7 สิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ และโดดเด่นในยุคปัจจุบัน ที่องค์กร The New Open World Corporation (NOWC) ได้ทำการเลือกคัดเลือก ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็น 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ มีคุณค่าทั้งในแง่ของวิทยาการ ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และสถาปัตยกรรม จะมีที่ไหนบ้างนั้นตามมาดูกันเลย
เลือกอ่านตามหัวข้อ
เปตรา ประเทศจอร์แดน

1. เปตรา ประเทศจอร์แดน

เมืองโบราณที่สร้างมาจากการแกะสลักหินผาจนมีลักษณะสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขาที่ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบเดดซีและอ่าวอัคบา ในเมืองมาอัยของประเทศจอร์แดน สันนิษฐานว่าสร้างโดยชาวนาบาเทียนในช่วงก่อนคริสตกาล เมืองถูกทิ้งร้างเป็นเวลานาน จนกระทั่งถูกค้นพบอีกครั้งโดยนักสำรวจชาวสวิตเซอร์แลนด์ในปี ค.ศ.1812 รับรองว่าคุณจะต้องตกตะลึงในความความสามารถของมนุษย์ยุคก่อนที่สามารถสร้างสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ออกมาได้อย่างงดงาม

ทัชมาฮัล ประเทศอินเดีย

2. ทัชมาฮัล ประเทศอินเดีย

อนุสรณ์สถานแห่งความรัก ที่มีชื่อเสียงแห่งนี้ ตั้งอยู่ในสวนริมฝั่งแม่น้ำยมุนา ในเมืองอาครา ได้รับยกย่องให้เป็นสุสานหินอ่อนที่มีสถาปัตยกรรมแห่งความรักที่สวยที่สุดในโลก สร้างในสมัยสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโมกุล ผู้ต้องการสร้างอนุสรณ์ให้แก่พระมเหสีผู้เป็นที่รัก ตัวอาคารสร้างด้วยหินอ่อนและศิลาแลง มีลักษณะสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ประดับลวดลายด้วยเครื่องเพชร พลอย หิน มีความวิจิตรงดงามมาก ส่วนผู้ออกแบบทัชมาฮาลคือ ‘อุสตาด ไอซา’ เขาถูกประหารชีวิตในเวลาต่อมา เพื่อไม่ให้ไปออกแบบสถาปัตยกรรมอื่นที่สวยงามกว่าทัชมาฮาลได้อีก

พีระมิดชิเชนอิตซา ประเทศเม็กซิโก

3. พีระมิดชิเชนอิตซา ประเทศเม็กซิโก

พีระมิดโบราณ ตั้งอยู่ภายในเมืองโบราณ เขตเมืองทินัมของประเทศเม็กซิโก จุดโดดเด่นของเมืองแห่งนี้คือมีวิหารโบราณที่มีลักษณะเป็นรูปพีระมิดขั้นบันได มีทางขึ้นเพื่อเชื่อมไปถึงจุดกึ่งกลางบนยอดพีระมิด ซึ่งมีแท่นบูชายัญสำหรับทำพิธีกรรมบูชาเทพเจ้า คาดว่าสร้างราว 600 ปีก่อนคริสตกาล นับว่าเป็นแหล่งโบราณคดีขนาดใหญ่ที่นักประวัติศาสตร์ให้ความสนใจศึกษาประวัติความเป็นมา ทั้งนี้เชื่อว่าชาวเผ่ามายาโบราณใช้พีระมิดแห่งนี้เชื่อมโยงกับหลักความรู้ด้านดาราศาสตร์อีกด้วย

กริชตูเรเดงโตร์ ประเทศบราซิล

4. กริชตูเรเดงโตร์ ประเทศบราซิล

หากพูดถึง “กริชตูเรเดงโตร์” หลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นชื่อเท่าไหร่ แต่หากบอกว่า “รูปปั้นพระเยซูคริสต์ขนาดยักษ์” ก็คงร้องอ๋อกันบ้างแหละเนอะ รูปปั้นพระเยซูมีความสูงกว่า 38 เมตร ตั้งอยู่บนยอดเขากอร์โกวาดู นครรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล เปิดอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1931 ใช้เวลาในการสร้างนานถึง 5 ปี นอกจากกริชตูเรเดงโตร์จะกลายเป็นสัญลักษณ์และที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวเมืองแล้ว ยังได้รับยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่อีกด้วย ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนเกือบ 2 ล้านคนเลยทีเดียว

กำแพงเมืองจีน ประเทศจีน

5. กำแพงเมืองจีน ประเทศจีน

“ไปไม่ถึงกำแพงเมืองจีน มิองอาจเยี่ยงชายชาตรี” คำกล่าวอันโด่งดังของท่านประธานเหมา เจ๋อตง คงเป็นสิ่งพิสูจน์ความยิ่งใหญ่ของกำแพงเมืองจีนได้ดี กำแพงที่ยาวที่สุดในโลกมีความยาวประมาณ 6,700 กิโลเมตร ทอดตัวไปในทะเลทรายและเนินเขาสูงชันผ่านหลายมณฑล แสดงถึงความยิ่งใหญ่ของแผ่นดินมังกรในอดีต ลองคิดดูสิการที่สามารถสร้างสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ได้ต้องมีอิทธิพลขนาดไหน? แต่อย่างที่ทราบกันดีว่าเบื้องหลังความอลังการนี้ ต้องแลกมาด้วยชีวิตของผู้คนมากมาย ว่ากันว่าทุก ๆ หนึ่งเมตรของกำแพงเมืองจีน คือหนึ่งชีวิตแรงงานที่ต้องสูญเสีย อย่างไรก็ตามปัจจุบันกำแพงเมืองจีนได้รับยกย่องให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย

มาชูปิกชู ประเทศเปรู

6. มาชูปิกชู ประเทศเปรู

มาชูปิกชู ถูกขนามนามว่าเป็น “เมืองโบราณที่หายสาบสูญของอาณาจักรอินคา” ตั้งอยู่ในเขตคุสโค บนยอดเขาสูงกว่า 2,430 เมตร ได้รับยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ คาดว่าสร้างเมื่อราวศตวรรษที่ 14 แต่หลังอารยธรรมของจักรวรรดิอินคาล่มสลาย เมืองโบราณบนยอดเมฆแห่งนี้ก็ถูกทิ้งร้างเป็นเวลาหลายร้อยปี

จนกระทั่งศาสตราจารย์ไฮแรม บิงแฮม นักประวัติศาสตร์ชาวอเมริกันค้นพบในปี ค.ศ. 1911 หากใครจะเดินทางมาที่นี่นอกจากกำลังทรัพย์แล้วก็ต้องมีกำลังใจที่ดีด้วย เพราะเดินทางลำบาก แถมข้างบนยังมีออกซิเจนน้อยด้วย คงต้องฟิตร่างกายให้แข็งแรงสักหน่อย ถึงจะมาลุยได้!

โคลอสเซียม ประเทศอิตาลี

7. โคลอสเซียม ประเทศอิตาลี

ปิดท้ายกันด้วยสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่มีชื่อเสียงของกรุงโรม ประเทศอิตาลี รู้จักกันในชื่อ “โคลอสเซียม” ในอดีตเคยถูกใช้เป็นสนามกีฬากลางแจ้งที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์โรมัน มีลักษณะเป็นอัฒจันทร์รูปวงกลมสร้างด้วยอิฐและหินทรายใช้เวลาสร้างประมาณ 10 ปี มีความสูง 57 เมตร สามารถจุผู้ชมได้มากกว่า 50,000 คน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบทางระบายน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วมขังขณะเกิดฝนตกอีกด้วย

ต้องยอมรับเลยว่าทึ่งในความสามารถของมนุษย์มาก ๆ เลยล่ะ สิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่และโดดเด่นเหล่านี้นอกจากบ่งบอกถึงวิทยาการอันก้าวหน้าของมนุษยชาติแล้ว ยังแฝงเรื่องราวของประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจอีกด้วย

ไปเที่ยวครั้งนี้ ได้มากกว่าเช็กอิน

ทั้ง 7 แห่งไม่ได้มีดีแค่ความสวย แต่คือร่องรอยของความคิด ความเชื่อ และความสามารถของมนุษยชาติในแต่ละยุค ถ้าได้ไปสักครั้ง รับรองว่ากลับมาพร้อมแรงบันดาลใจแน่นอน

ติดตามเราได้ที่

บทความอื่นที่น่าสนใจ Panda Holiday

เที่ยวมองโกเลียใน (Inner Mongolia) ดินแดนทุ่งหญ้าและวัฒนธรรมมองโกลของจีน

มองโกเลียใน (Inner Mongolia) เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีเอกลักษณ์มากที่สุดของประเทศจีน ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศและเป็นเขตปกครองตนเองของชนชาติกลุ่มน้อยมองโกล ดินแดนแห่งนี้มีชื่อเสียงในเรื่อง ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ วิถีชีวิตชนเผ่าเร่ร่อน และประวัติศาสตร์ของนักรบผู้ยิ่งใหญ่อย่างเจงกิสข่าน

นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ทั้งทะเลทราย ทุ่งหญ้า และโบราณสถานสำคัญอย่างสุสานหวังเจาจวิน ทำให้ Inner Mongolia กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติและวัฒนธรรมดั้งเดิมของจีน

“ฮาร์บิ้น” เมืองแห่งน้ำแข็ง หนึ่งในเมืองที่สวยงามที่สุดของจีน

“ฮาร์บิ้น” หรือ ฮาเอ่อร์ปิน (Harbin) คือหนึ่งในเมืองที่มีเสน่ห์และความงดงามมากที่สุดของประเทศจีน เมืองนี้เป็นเมืองเอกของมณฑลเฮย์หลงเจียง ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐประชาชนจีน บริเวณฝั่งใต้ของแม่น้ำซงฮัว

ฮาร์บิ้นถือเป็นศูนย์กลางสำคัญด้านการปกครอง เศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม และการคมนาคมของภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน จึงทำให้เมืองนี้มีบทบาทสำคัญทั้งในระดับประเทศและระดับเอเชีย

คำว่า “ฮาร์บิ้น” มาจากภาษาของชนเผ่าแมนจู มีความหมายว่า “สถานที่ตากแหจับปลา” ซึ่งสะท้อนถึงวิถีชีวิตดั้งเดิมของผู้คนในพื้นที่

เมืองฮาร์บิ้นยังมีสมญานามว่า “ไข่มุกบนคอหงส์” เนื่องจากรูปร่างของมณฑลเฮย์หลงเจียงมีลักษณะคล้ายหงส์ และเมืองฮาร์บิ้นตั้งอยู่บริเวณตำแหน่งสำคัญของพื้นที่นั้น

10 ที่เที่ยวชมทุ่งดอกไม้ ที่สวยที่สุดในโลก

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เห็นทุ่งดอกไม้แล้วใจฟู…บทความนี้คือเช็กลิสต์ที่ต้องเซฟไว้เลย! เพราะบนโลกของเรามี “ฤดูกาลดอกไม้” ที่สวยจนเหมือนหลุดไปอยู่ในโปสการ์ด ตั้งแต่ทุ่งทิวลิปหลากสีที่เนเธอร์แลนด์ ทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงละมุนในโพรวองซ์ ไปจนถึงพิงค์มอสส์หน้าฟูจิ ซากุระที่เกาะเชจู หรือทุ่งคาโนล่าสีทองที่จีนที่เหลืองอร่ามสุดลูกหูลูกตา

มาดู 10 จุดหมายชมทุ่งดอกไม้ระดับโลก พร้อมช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการไป เพื่อให้คุณวางแผนทริปได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะสายถ่ายรูป สายโรแมนติก หรือสายเที่ยวตามฤดูกาล รับรองว่าแต่ละที่ “สวยคนละฟีล” แต่ปังเหมือนกันทุกโลเคชัน

พร้อมแล้วไปไล่เช็กอินทีละที่กันเลย!

รู้หรือไม่? ดอกบ๊วย ดอกท้อ ดอกซากุระ ต่างกันอย่างไร? วิธีสังเกตง่าย ๆ ไม่สับสนอีกต่อไป

ฤดูใบไม้ผลิในจีนและญี่ปุ่น นอกจากจะเป็นช่วงเวลาที่ธรรมชาติสวยงามแล้ว ยังเป็นช่วงเวลาที่ดอกไม้ต่างๆ ผลิดอกบานสะพรั่ง โดยเฉพาะดอกบ๊วย ดอกท้อ และดอกซากุระ ซึ่งมักทำให้หลายคนสับสนว่าดอกไหนเป็นดอกไหน วันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับดอกไม้ทั้งสามชนิดนี้ให้มากขึ้น

Panda Holiday
พร้อมดูแลทุกการเดินทาง
ด้วยทีมงานมืออาชีพและมาตรฐานคุณภาพ